Back to: Claude คู่ใจ
โมเดล Opus, Sonnet, Haiku ต่างกันยังไง เลือกใช้ตอนไหน
ตอนที่ 1.3 เราเห็นปุ่ม “ตัวเลือกโมเดล” ในกล่องพิมพ์ข้อความไปแล้ว ตอนนี้มาทำความเข้าใจกันว่าแต่ละตัวต่างกันยังไง และควรเลือกตัวไหนตอนไหน
จากรุ่นพี่ผู้สอน ตอนแรกที่ผมเห็นตัวเลือกโมเดลหลายชื่อ ก็งงว่าต้องเลือกตัวที่ “เก่งที่สุด” ทุกครั้งไหม คำตอบคือไม่จำเป็นครับ — บางทีใช้ตัวเร็วๆ ก็พอแล้ว และยังได้คำตอบเร็วขึ้นด้วย มาดูกันว่าทำไม
ทำไม Claude ถึงมีหลายรุ่นให้เลือก
ลองนึกภาพว่าถ้าทุกงานในบ้าน ตั้งแต่ “หยิบของในตู้เย็น” ไปจนถึง “วางแผนปรับปรุงบ้านทั้งหลัง” ต้องเรียกผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดมาทำทุกครั้ง มันจะทั้งช้าและไม่คุ้มเวลา Claude เองก็เหมือนกัน งานง่ายๆ ใช้รุ่นที่เร็วและประหยัดก็ตอบได้ดีพอแล้ว ส่วนงานที่ต้องคิดวิเคราะห์ซับซ้อนหลายขั้นตอน ค่อยสลับไปใช้รุ่นที่ฉลาดที่สุด
Anthropic จึงแบ่งโมเดลออกเป็น 3 ตระกูลหลัก แต่ละตระกูลเหมาะกับงานคนละแบบ
รู้จัก 3 ตระกูลโมเดล
🏃 Haiku — เร็วที่สุด ประหยัดที่สุด
เหมาะกับงานง่ายๆ ที่อยากได้คำตอบไว ไม่ต้องคิดวิเคราะห์ซับซ้อนมาก เช่น แปลประโยคสั้นๆ ตอบคำถามทั่วไป หรือจัดรูปแบบข้อความ เปรียบเหมือนสกูตเตอร์ที่คล่องตัวและพาเราไปถึงที่หมายเร็ว สำหรับเส้นทางสั้นๆ ที่ไม่ซับซ้อน
⚖️ Sonnet — สมดุลระหว่างความฉลาดกับความเร็ว
เป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีกับงานส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันและการทำงาน ทั้งเขียนเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป หรือช่วยเขียนโค้ดระดับกลาง เปรียบเหมือนรถเก๋งคันหนึ่งที่ขับได้ทุกเส้นทาง ทั้งเร็วพอและจุของได้พอประมาณ — ถ้าไม่รู้จะเลือกตัวไหน เริ่มจากตัวนี้ไว้ก่อนได้เลย
🧠 Opus — ฉลาดที่สุด คิดลึกที่สุด
เหมาะกับงานที่ต้องใช้เหตุผลซับซ้อนหลายขั้นตอน เช่น วางแผนโปรเจกต์ใหญ่ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก หรือเขียน/แก้โค้ดในโปรเจกต์ที่มีหลายไฟล์เกี่ยวข้องกัน เปรียบเหมือนรถบรรทุกพ่วงที่ทรงพลังที่สุด ขนงานหนักได้สบาย แต่ก็ใช้เวลาคิดนานกว่าและกินทรัพยากรมากกว่าเล็กน้อย
งาน: “แปลคำว่า hello เป็นภาษาไทย” → Haiku พอเหลือ
งาน: “ช่วยเขียนแคปชั่นโพสต์ขายของให้หน่อย” → Sonnet เหมาะสุด
งาน: “ช่วยวิเคราะห์แผนธุรกิจ 10 หน้า แล้วหาช่องโหว่ทางการเงิน” → Opus คุ้มที่สุด
ถ้าไม่อยากคิดเยอะว่าจะเลือกตัวไหน ใช้ Sonnet เป็นค่าเริ่มต้น ไปก่อนได้เลยครับ พอเจองานที่รู้สึกว่า “อยากให้คิดลึกกว่านี้” ค่อยลองสลับไป Opus ดู
แพลนที่ใช้มีผลกับโมเดลที่เลือกได้ด้วยนะ
แพลนฟรีอาจมีตัวเลือกโมเดลให้ใช้จำกัดกว่าแพลนเสียเงิน ส่วนแพลน Pro ขึ้นไปจะปลดล็อกให้เลือกโมเดลได้ครบทุกตระกูล รวมถึงได้โควต้าการใช้งานที่มากขึ้นด้วย เราจะพูดถึงรายละเอียดเรื่องแพลนแบบเจาะลึกในบทที่ 5 ของคอร์สนี้
จะสลับโมเดลได้ที่ไหน
ย้อนกลับไปที่ตอน 1.3 เราเคยเห็นว่ามี “ตัวเลือกโมเดล” อยู่แถวบนของกล่องพิมพ์ข้อความ กดที่ตรงนั้นจะเห็นรายชื่อโมเดลที่บัญชีเราเลือกใช้ได้ เลือกตัวที่ต้องการแล้วพิมพ์คำถามต่อได้เลย โดยสลับโมเดลได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเดียวตลอดทั้งแชท
งานที่คุณทำบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน น่าจะเหมาะกับโมเดลตระกูลไหนระหว่าง Haiku, Sonnet, หรือ Opus?
ชื่อโมเดลแต่ละตระกูลมักมีเลขเวอร์ชันต่อท้าย (เช่น รุ่นที่อัปเดตใหม่กว่าจะมีเลขสูงกว่า) ซึ่งเปลี่ยนเรื่อยๆ ตามเวลา ไม่ต้องจำเลขเวอร์ชันให้แม่นยำ จำแค่ชื่อตระกูล Haiku / Sonnet / Opus และนิสัยของแต่ละตัวก็พอแล้วครับ
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในตอนนี้
- Claude มี 3 ตระกูลโมเดลหลัก: Haiku (เร็วสุด), Sonnet (สมดุล), Opus (ฉลาดสุด)
- งานง่ายๆ ใช้ Haiku, งานทั่วไปใช้ Sonnet เป็นค่าเริ่มต้น, งานซับซ้อนหลายขั้นตอนใช้ Opus
- แพลนที่ใช้มีผลกับจำนวนโมเดลที่เลือกได้และโควต้าการใช้งาน
- สลับโมเดลได้จากตัวเลือกโมเดลแถวบนของกล่องพิมพ์ข้อความ เปลี่ยนได้ตลอดเวลา
ตอนถัดไปซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของบทนี้ เราจะพูดถึงมารยาทและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้งานจริงจังครับ
ทบทวนความเข้าใจ
ตอบถูก 0 จาก 4 ข้อลองตอบคำถามสั้นๆ 4 ข้อนี้ เพื่อเช็กว่าเข้าใจเนื้อหาตอนนี้ครบถ้วนไหมก่อนไปต่อ
1. โมเดลตระกูลใดเร็วที่สุดและประหยัดที่สุด
2. งานวิเคราะห์แผนธุรกิจซับซ้อนหลายขั้นตอน เหมาะกับโมเดลตระกูลไหนที่สุด
3. ถ้าไม่รู้จะเลือกโมเดลไหน แนะนำให้เริ่มจากตัวไหนก่อน
4. ถ้าอยากสลับโมเดลระหว่างแชท ทำได้ไหม และทำที่ไหน