Category: Data science


  • Data Privacy คืออะไร ?

    ลองจินตนาการดูเล่นๆนะครับว่า คุณย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ ที่ทันสมัยที่สุดในโลก ผนังทุกด้านทำจากกระจกใสที่มองเห็นได้รอบทิศทาง บ้านหลังนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้คุณทุกอย่าง แค่คุณเดินไปที่ห้องครัว กาแฟหอมๆที่คุณชอบก็ถูกชงรอไว้แล้ว หรือแค่คุณเดินเข้าห้องนั่งเล่น เพลงที่คุณอยากฟังก็ดังขึ้นทันทีโดยที่คุณไม่ต้องกดเปิด (เรียกได้เลยว่าไม่ได้ทำอะไรเองสักอย่าง สะดวกไปหมด~) มันดูเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบใช่ไหมครับ ? แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ “ในขณะที่คุณมองเห็นความสะดวกสบาย คนข้างนอกก็มองเห็นทุกการกระทำของคุณเช่นกัน” หากคุณไม่รู้จักวิธีปิดม่าน หรือไม่รู้ว่ามีใครกำลังยืนจดบันทึกพฤติกรรมของคุณอยู่หลังกระจกบานนั้น นั่นคือภาพสะท้อนของการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลปัจจุบันครับ The Big Idea ของบทความก่อนหน้าๆที่แอดได้เขียนไปเราจะได้ความว่า: ข้อมูลคือสมบัติที่มีค่าที่สุดในยุคนี้ แต่มันเป็นดาบสองคมภายในตัวมันเองด้วยนะครับ ในแง่หนึ่งมันคือ “Data Hero” ที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ฉลาดขึ้น และรวดเร็วขึ้น แต่ในอีกแง่หนึ่ง หากเราเพิกเฉยและปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล หรือตกไปอยู่ในมือของคนที่ทำอะไรผิดๆ ข้อมูลเหล่านั้นจะเปลี่ยนร่างจากฮีโร่กลายเป็น “Data Villain” หรือคนร้าย ที่สามารถย้อนกลับมาโจมตีเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงทางการเงิน การสวมรอยตัวตน หรือการถูกบงการพฤติกรรมโดยที่เราไม่รู้ตัว ถึงเวลาที่เราต้องมาเรียนรู้วิธีการ “ปิดม่าน” และการสร้างเกราะป้องกัน เพื่อให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากโลกข้อมูลได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัยไปพร้อมๆ กันครับ รอยเท้าดิจิทัลที่คุณทิ้งไว้ (Digital Footprint) ทุกครั้งที่คุณหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา คุณไม่ได้แค่ใช้งานมันอย่างเดียวนะครับ แต่คุณกำลัง…

  • Data Detective – เป็นนักสืบด้วยข้อมูล

    ทุกคนคิดว่า “เบียร์” กับ “ผ้าอ้อมเด็ก” มีอะไรเกี่ยวข้องกันไหมครับ ? (งงล่ะสิ เปิดบทความมาถึงกับงง 555+) หากมองดูด้วยตาเปล่าแล้ว สินค้าสองอย่างนี้แทบจะอยู่คนละโลกกันเลยใช่ไหมครับ(ลองคิดในแบบคนที่ไม่ได้ทำงานด้าน Data ดูนะครับ) ของอย่างหนึ่งคือเครื่องดื่มสำหรับปาร์ตี้ของคนวัยรุ่น ส่วนอีกอย่างคือของใช้จำเป็นสำหรับทารกน้อย แต่มีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา (Walmart) ได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลการขายที่ถูกเก็บเอาไว้ครับ ผลลัพธ์ที่ได้ ระบุไว้ว่า ในช่วงเย็นวันศุกร์ เหล่าคุณพ่อบ้านที่ถูกภรรยาสั่งให้มาซื้อผ้าอ้อม มักจะหยิบเบียร์ติดมือกลับบ้านไปด้วยเพื่อดริ้งสักหน่อยในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อห้างรู้แบบนั้น พวกเขาจึงลอง “ขยับ” ชั้นวางเบียร์มาไว้ใกล้กับแผนกผ้าอ้อมเลย 555+ ผลปรากฏว่ายอดขายของทั้งสองอย่างพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือพลังของสิ่งที่เรียกว่า “Data Analytics” ครับ เรื่องนี้สอนให้เรารู้แล้วก็เข้าใจว่า ข้อมูลไม่ได้มีหน้าที่แค่บันทึกว่า “เมื่อวานเราขายอะไรไปได้บ้าง” แต่มันทำหน้าที่เป็นเหมือน “นักสืบ (Detective)” ที่คอยเชื่อมโยงจิ๊กซอว์ต่างๆเข้าด้วยกัน เพื่อไขปริศนาพฤติกรรมมนุษย์ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่สัญชาตญาณของเราจะมองเห็น ในโลกที่ข้อมูลไหลเวียนอยู่มหาศาลเช่นทุกวันนี้ การรู้วิธี “อ่าน” สิ่งที่ข้อมูลกำลังกระซิบบอกเรา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทักษะเสริมอีกต่อไป แต่มันคืออาวุธลับที่จะเปลี่ยนโลกธุรกิจ สังคม และวิธีที่เรามองโลกใบนี้ไปอย่างสิ้นเชิง แล้วสิ่งที่ผมบอกว่า “จิ้กซอว์” คืออะไรใช่ไหมครับ ลองไปอ่านต่อกัน ข้อมูลคือ “จิ๊กซอว์”…

  • ชนะ Fast Fashion ด้วย Data – Case study น่าสนใจจาก Zara

    ถ้าพูดถึง Fast Fashion ชื่อของ Zara มักถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างแรกๆถูกต้องไหมครับ แข่งกับแบรนด์ Uniqlo และแบรนด์อื่นๆ หลายคนอธิบายความสำเร็จของ Zara ด้วยคำง่ายๆ ว่า“เก่งเรื่องแฟชั่น”“ดีไซน์ไว”“จับเทรนด์เก่ง” แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ความจริงอาจไม่โรแมนติกขนาดนั้น เพราะสิ่งที่ทำให้ Zara ชนะคู่แข่งอย่างยั่งยืน นั่นไม่ใช่สัญชาตญาณแฟชั่นอะไรมากขนาดนั้นครับ แต่สิ่งนั้นคือ ข้อมูล (Data) Zara ไม่ได้ชนะเพราะทำนายอนาคตเก่ง แต่ชนะเพราะ รู้ความเป็นปัจจุบันเร็วกว่าแบรนด์อื่นๆ ร้านของ Zara ไม่ได้เป็นแค่หน้าร้านอย่างเดียว แต่ตัวร้านคือ Data Sensor ในขณะที่แบรนด์เสื้อผ้าส่วนใหญ่ใช้ร้านค้าเป็นเพียงจุดขายZara กลับมองว่าร้านทุกสาขาทั่วโลกเป็นเหมือนกับ แหล่งเก็บข้อมูลแบบ Real-time ทุกๆวัน พนักงานหน้าร้านของ Zara จะรายงานข้อมูลที่มากกว่าแค่ยอดขายอย่างเดียวนะครับ อย่างเช่น ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ปรากฏในงบการเงินแบบเป็นตัวเลขเป้ะๆ แต่สำหรับ Zara มันคือ Gold Mine ที่สำคัญ แทนที่จะรอรายงานยอดขายทุกๆสิ้นเดือน Zara รับรู้ “เสียงของตลาด” ซึ่งก็คือตัวลูกค้านั้น แทบจะวันต่อวันนี่คือจุดเริ่มต้นของ Real-time…