0
ทำไมการเขียนถึงเปลี่ยนชีวิตเราได้ | เขียนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ตอนที่ 1.1

ทำไมการเขียนถึงเปลี่ยนชีวิตเราได้ ?

ก่อนจะเริ่มฝึกเขียนอะไรทันที เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การเขียนแบบธรรมดาๆ ที่ไม่มีใครมาให้คะแนน ช่วยจัดระเบียบสิ่งที่อยู่ในหัวและสิ่งที่อยู่ในใจของเราได้ยังไง และทำไมสิ่งที่เรียกว่า "การเขียน" มันถึงเป็นเครื่องมือที่มีพลังกว่าที่หลายคนคิด

⏱ อ่านประมาณ 6 นาที 🌱 ระดับเริ่มต้น ไม่ต้องมีพื้นฐาน

สวัสดีครับ ก่อนเข้าคอร์สนี้ ผมอยากให้ทุกคนวางความคาดหวังเรื่อง "งานเขียนที่ดี" ไว้ข้างๆสักครู่(ไม่ต้องเอาติดตัวมาเลยน) เพราะตลอด 8 ตอนต่อจากนี้ เราจะไม่ได้ฝึกเขียน เพื่อให้ตัวเรา กลายเป็นนักเขียน แต่เราจะฝึกเขียนเพียงเพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้น นั่นคือ "ให้ชีวิตดีขึ้น" เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน ทำความเข้าใจตรงนี้ให้ชัดกัน

การเขียนไม่ใช่แค่การบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น

เวลาพูดถึง "การเขียน" หลายคนจะนึกถึงการแต่งเรียงความ เขียนนิยาย หรือเขียนโพสต์ให้คนอื่นอ่าน ต้องได้ Like ได้ Share พอรู้แบบนั้นปุ้ป ก็เกร็งขึ้นมาทันทีเพราะกลัวจะเขียนออกมาได้ไม่ดี แต่การเขียนที่เราจะฝึกในคอร์สนี้ มันจะมีผู้อ่านแค่คนเดียวครับ ซึ่งนั่นคือ "ตัวเรา" เอง (Only You!)

สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาเราเขียนความคิดหรือความรู้สึกออกมาเป็นตัวหนังสือ คือเจ้าสมองของเราจะต้องเรียบเรียงสิ่งที่วนอยู่ในหัวให้เป็นประโยค เป็นลำดับ ทำให้มันเป็นเหตุเป็นผล โดยในกระบวนการนี้เองที่จะทำให้ความยุ่งเหยิงในใจค่อย ๆ คลี่คลายลง ซึ่งมันจะค่อนข้างที่จะต่างจากการคิดเฉย ๆ ที่ความคิดมักวนๆอยู่ที่เดิมซ้ำๆไปมาครับ

สิ่งที่การเขียนทำให้เราได้ ต่างตรงที่การคิดเฉย ๆ ทำให้เราไม่ได้

นักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่อง "expressive writing" หรือการเขียนเพื่อเป็นการระบายความคิดออกมา เห็นตรงกันว่า การเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่มันกวนใจอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเครียดสะสม และทำให้เรามองปัญหาได้ชัดขึ้น รวมทั้งยังทำให้รู้สึกว่าตัวเองสามารถที่จะ "จัดการได้" มากขึ้น แม้ปัญหาจริงๆ มันอาจจะยังไม่หายไปก็ตาม

  • มันเป็นการจัดระเบียบความคิด — ดึงความคิดที่พันกันยุ่งเหยิงในหัวออกมาเรียงให้เป็นเส้นตรง
  • เป็นการสร้างระยะห่างจากอารมณ์ของตัวเอง — พอความรู้สึกกลายเป็นตัวอักษร เราจะมองมันแบบคนนอกได้มากขึ้น(เป็นมุมมองคนที่ 3 ที่มองมันอยู่)
  • มองเห็นตัวเองได้ชัดเจนมากขึ้น — ตอนที่อ่านสิ่งที่ตัวเองเขียนย้อนหลัง แล้วมักเจอมุมที่ไม่เคยได้สังเกตมาก่อน

ตัวอย่าง

ลองนึกภาพวันที่หัวมีแต่เรื่องยุ่งมากๆ มีเรื่องให้คิดพร้อมๆกันหลายๆเรื่องดูก็ได้ครับ ถ้าเราแค่คิดในหัว ความคิดมันก็จะวนๆไปมาแบบนี้:

"งานพรุ่งนี้ยังไม่เสร็จ... เมื่อกี้ก็คุยกับเพื่อนไม่ค่อยดี... แล้วก็ยังไม่ได้จ่ายบิล... เหนื่อยจังโว้ย..."

แต่พอลองเขียนออกมา มันมักจะกลายเป็นแบบนี้แทน:

"วันนี้มีเรื่องกวนใจ 3 เรื่อง เรื่องที่หนักสุดคืองานในวันพรุ่งนี้ ลองแบ่งเวลาคืนนี้ทำแค่ส่วนสำคัญก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องเพื่อนไว้เดี๋ยวเราค่อยไปนัดคุยกันวันหลัง..."

💭
ลองคิดดู

ครั้งล่าสุดที่ในหัวมีเรื่องยุ่งๆเพราะมีหลายต่อเรื่องที่ต้องทำพร้อมๆกัน คุณจัดการกับมันยังไง? ลองสังเกตว่าตอนที่คิดเฉยๆ กับตอนที่ได้พูดหรือเขียนออกมา รู้สึกต่างกันไหมครับ ?

ไม่ต้องเขียนเก่งเพื่อให้มันได้ผล

มีข่าวดีมาบอกก็คือ ประโยชน์ที่พูดมาทั้งหมดไม่เกี่ยวกันเลยครับว่าต้องเขียนสวยงามแค่ไหน จะสะกดถูกไหม หรือใช้คำเลิศเลอหรือเปล่า ไม่มีใครมาตรวจสิ่งที่เราเขียนไปเลยครับ สิ่งที่สำคัญก็คือ "ได้เขียนออกมาจริงๆ" เท่านั้นเอง

💡
เคล็ดลับ

ถ้ารู้สึกเกร็งตอนเวลาจะเริ่มต้นเขียน ให้บอกตัวเองว่า "ไม่มีใครเห็นเราตอนที่เขียน" เพราะจริง ๆ แล้วเนื้อหาในคอร์สนี้ก็ไม่มีใครเห็นนอกจากตัวผู้เรียนเองนี่ครับ(หรือจริงๆแล้ว ข้างหลัง...)

สิ่งที่จะได้จากคอร์สนี้ใน 8 ตอน

ตอนถัดไปเราจะเริ่มลงมือเขียนจริงกันเลยนะครับ เริ่มจากการเขียนแบบ "ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ" ไปจนถึงการเขียนสำรวจความคิด เขียนขอบคุณ เขียนจัดระเบียบปัญหา เขียนเล่าเรื่องของตัวเอง และปิดท้ายด้วยการสร้างนิสัย การเขียนที่อยู่กับเราไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องลำบากอะไร(เขียนแบบยั่งยืน ว่าซ่านนน)

📝
จำง่าย ๆ

การเขียนในคอร์สนี้ไม่ได้มีไว้ให้ใครอ่าน แต่มีเอาไว้เพื่อให้เราได้ "หัวโล่งขึ้น"

สรุปตอนนี้

  • การเขียนช่วยเรียบเรียงความคิดที่ยุ่งเหยิงให้เป็นระบบที่จับต้องได้มากขึ้น
  • การเขียนช่วยสร้างระยะห่างระหว่างเรากับอารมณ์ ทำให้เราสามารถมองสถานการณ์ได้ชัดเจนเป็นภาพมากขึ้น
  • ไม่ต้องเขียนเก่งหรือใช้ประโยชน์เลิศหรู ขอแค่ได้เขียนมันออกมาจริงๆ ก็พอ
  • ตอนถัดไป: เริ่มลงมือฝึกเขียนแบบไม่ต้องสมบูรณ์แบบ (Freewriting)

แบบฝึกท้ายตอน

ลองเขียนสิ่งที่อยากได้จากคอร์สนี้

ลองเขียนสัก 3 บรรทัด ว่าคุณอยากให้การเขียนช่วยอะไรในชีวิตตอนนี้ อาจเป็นเรื่องความเครียด ความสับสน หรือแค่อยากมีพื้นที่ระบายความคิดก็พอแล้ว ไม่มีคำตอบถูกผิด เขียนตามที่รู้สึกจริงๆ ได้เลย (ไม่มีใครเห็น คนทำคอร์สก็ไม่เห็น! จริงๆ สาบาน)