0
เขียนในแบบที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ (Freewriting) | เขียนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ตอนที่ 1.2

เขียนในแบบที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ (Freewriting)

หน้ากระดาษว่างๆคือด่านแรกที่ทำให้หลายคนเลิกเขียนตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ตอนนี้เราจะมาฝึกเทคนิคที่ช่วยข้ามด่านนั้นไปได้ทุกครั้ง โดยไม่ต้องรอ "แรงบันดาลใจ" มาก่อน

⏱ อ่านประมาณ 6 นาที 🌱 ระดับเริ่มต้น ไม่ต้องมีพื้นฐาน

หลายคนที่ชอบพูดว่า "อยากเขียนแต่ไม่รู้จะเขียนอะไร" ปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ตัวเราเขียนไม่เก่ง แต่คือกำลังพยายามเขียนให้ถูกตั้งแต่ประโยคแรก ตอนนี้เราจะ "ทิ้ง" กฎนั้นไปก่อนเลยครับ

รู้จักกับ Freewriting

Freewriting คือการเขียนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ในเวลาที่กำหนด โดยไม่หยุดคิด ไม่แก้คำผิด ไม่ย้อนอ่าน และไม่สนใจว่าประโยคมันจะสวยงามหรือไม่ เป้าหมายเดียวก็คือ "ให้มือมันขยับ(เขียน)ไปเรื่อย ๆ" แม้บางช่วงจะไม่รู้จะเขียนอะไรก็ตาม

ฟังดูง่าย แต่จริงๆ แล้วเป็นทักษะที่ต้องฝึกเลยแหละครับ เพราะสมองเราถูกฝึกมาให้ "จับผิด" ตัวเองอยู่ตลอดเวลา คอยเช็กว่าคำนี้มันถูกไหม ประโยคนี้มันดีพอหรือยัง Freewriting มันคือการปิดตัว "จับผิด" นั้นชั่วคราวก่อนครับ

กติกาของ Freewriting

  • ตั้งเวลา — เริ่มจาก 5 นาทีก็พอ
  • ห้ามหยุดปากกา/นิ้ว(ตอนพิมพ์) — ถ้านึกไม่ออกให้เขียนซ้ำๆคำเดิมๆ เช่น "ไม่รู้จะเขียนอะไร ไม่รู้จะเขียนอะไร กูเขียนอะไรดีฟระ 5555 นึกไม่ออกโว้ยยยยย" จนกว่าความคิดใหม่จะโผล่มา
  • ห้ามย้อนอ่านหรือแก้คำผิด — เดินหน้าตะลุยอย่างเดียว
  • ไม่ต้องมีหัวข้อชัดเจนก็ได้ — ปล่อยให้ความคิดมันพาเราไปเรื่อยๆ

ตัวอย่าง Freewriting 1 นาทีแรก

"วันนี้ไม่รู้จะเขียนอะไรดี รู้สึกง่วง ๆ แต่ก็อยากลองดู เมื่อเช้ากินกาแฟไปแก้วนึง กลิ่นหอมดี คิดถึงร้านกาแฟที่เคยไปตอนเด็กๆเลยแหะ แม่เคยพาไปนั่งเล่นวันเสาร์ ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ชอบดูคนเดินผ่านไปมาตรงหน้าร้านมากๆ..."

สังเกตว่าไม่มีประเด็นชัดเจนตั้งแต่ต้นเลยครับ แต่พอเราเขียนไปเรื่อยๆ ความทรงจำและความคิดใหม่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาเอง นี่คือสิ่งที่ Freewriting ทำให้เราได้

💭
ลองคิดดู

เวลาคุณอยากเขียนอะไรสักอย่างแต่เขียนไม่ออก ส่วนใหญ่ติดที่ตรงไหน ? — กลัวเขียนได้ไม่ดี หรือแค่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ?

ทำไมการ "เขียนแบบไม่ดี" ถึงสำคัญ

งานเขียนที่ดีแทบทุกชิ้น เริ่มจากฉบับร่างที่ไม่ดีอยู่แล้วครับ และ Freewriting มันคือการฝึก ให้เราผ่านด่านร่างแรกไปได้เร็วขึ้น เพราะไม่มีการตัดสินตัวเองระหว่างทาง หลังจากนั้นค่อยกลับมาเลือกว่าประโยคไหนน่าสนใจ หรืออยากที่จะไปขยายความต่อ หรืออาจจะอยากเก็บไว้ใช้วันหลัง(ก็สามารถทำได้)

💡
เคล็ดลับ

ถ้าตันจริงๆ คิดไม่ออก ให้ลองเขียนบรรยายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนั้นดูก็ได้นะครับ อย่างเช่น เสียงรอบตัว อุณหภูมิห้อง หรือสิ่งที่เห็นบนโต๊ะ เดี๋ยวมือมันจะเริ่มขยับเขียนต่อได้เอง

📝
จำง่าย ๆ

Freewriting ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ได้งานเขียนที่ดี แต่มันมีไว้ให้ "เริ่มต้นเขียนได้" ในทุกๆครั้ง

สรุปตอนนี้

  • Freewriting คือการเขียนต่อเนื่องโดยไม่หยุด ไม่แก้ ไม่ตัดสินตัวเอง
  • เป้าหมายไม่ใช่ความสวยงามของสิ่งที่เขียน แต่มันคือการเริ่มต้นเขียนในหน้ากระดาษ 1 แผ่น
  • ถ้ามันตันให้เขียนซ้ำๆคำเดิมๆ วนไป หรือบรรยายสิ่งตรงหน้า จนความคิดใหม่โผล่มา พอเข้ามาปุ้ป เขียนลงไปเลย!
  • ตอนถัดไป: ใช้การเขียนสำรวจความคิดและอารมณ์ของตัวเอง

แบบฝึกท้ายตอน

ฝึก Freewriting 5 นาที

ตั้งเวลา 5 นาที แล้วเริ่มเขียนต่อจากประโยคนี้: "ช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่วนอยู่ในหัวมากที่สุดคือ..." เขียนต่อไปเรื่อย ๆ ห้ามหยุด ห้ามลบ ห้ามย้อนอ่าน ถ้านึกไม่ออกให้พิมพ์หรือเขียนซ้ำๆคำเดิมไปก่อนจนความคิดใหม่มา