สวัสดีคร้าบบบบบ นี่น่าจะเป็นบทความสุดท้ายของปีนี้แล้ว 🙏🏻

ตอนแรกแอดคิดว่าจะไม่ส่งแล้ว 555 อยากให้ทุกคนชิวๆกันรับปีใหม่สักหน่อย แต่อีกใจก็คิดว่า “เอาสักหน่อยละกัน” เพราะแอดพึ่งทำสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนเสร็จแบบสดๆร้อนๆ(เสร็จเมื่อคืนเลย ทำถึงเที่ยงคืนนิดๆ ขนาดตอนนอนหลับตายังนอนคิดต่อ คิดดู 555 ทุ่มเทขนาดไหน! – 20 December 2025)

ก่อนที่จะไปเข้าว่าสิ่งนี้คืออะไร แอดขอแชร์ความรู้สบายๆให้กับทุกคนสักนิดดีกว่า

จริงๆแอดจบ Finance นะจ้ะ

ใช่แล้วฮะ! แอดจบไฟแนนซ์มา เป็นอีค่อนไฟแนนซ์ จากมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ตัวย่อคือ มช.
(รหัสนักศึกษาแอดก็คือ 57)

มีวิชานึงที่แอดรู้สึกว่าตอนที่เรียน มันเป็นวิชาที่ค่อนข้างที่จะไกลตัวมากๆเลย ชื่อวิชาว่า “การเงินส่วนบุคคล 101” ซึ่งเป็นวิชาของคณะบริหารธุรกิจ(สาวคณะนี้หน้าตาดีตลอดเลยจริงๆ – ยังจะแวะมาเรื่องนี้อี๊กกกกก!) แต่ใครจะไปรู้ว่าวิชานี้ จริงๆแล้วมันเป็นวิชาที่ใกล้ตัวมากกว่าที่ทุกคนคิดจริงๆนะครับ และแน่นอนว่า “มันควรจะเป็นวิชาที่ถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว!” แต่ในฐานะคนทำหลักสูตร อาจจะต้องทำเนื้อหามันให้ง่ายสำหรับนักเรียนในวัยนั้นๆ

Finance VS Data

แอดเริ่มมาทำความรู้จักกับเรื่อง Data แบบเป็นจริงเป็นจังก็เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนที่ทำงานที่แรก แล้วพอทำงานเข้าปีที่ 3 รู้สึกว่าถ้าเราทำงานไปนานๆเราจะต้องเก่งขึ้นสิ แต่คำว่าเก่งมันมาจากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การทำงาน โดยอาจจะนับอายุเป็นปี เป็นเดือน เป็นวันอะไรก็ว่าไป หรืออาจจะนับจากความเข้มข้นที่เราให้กับสิ่งเราทำงาน กำลังเรียนหรือกำลังฝึก

บางคนทำงานนึงมา 10 ปี แต่ put effort จากการเรียนรู้ในงานนั้นแค่ 1 ปี
นั่นก็เท่ากับว่าคนๆนั้นมีประสบการณ์การทำงานนั้นจริงๆแค่ 1 ปีเท่านั้น
และนี่คือสิ่งที่แอดได้เรียนรู้ว่าบางทีตัวเลขบนรีซูเม่อาจไม่ได้บอกทุกอย่าง

แอดเลยอยากให้ทุกคนเวลาทำงานหรือทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เรียนคอร์สนั่นนี่นู่น พยายามทำความเข้าใจแบบจริงๆจังๆ ใส่ Effort กับมันเยอะๆ เพื่อที่จะขูดเอาความรู้เอานั่นนี่จากสิ่งที่ทำหรือสิ่งที่เรียนออกมาให้ได้มากที่สุด (มันคือ feeling ที่แบบเรียนอย่าไปเน้นว่าจบ แต่ให้เน้นไปตรงที่ว่า เราได้อะไรออกมาบ้างจากการเรียนนี้)

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แอดเริ่มตัดสินใจเรียนเรื่องที่ออกนอก scope สิ่งที่แอดเรียนมาในตอนแรกเลย
welcome to data analytics!

ทำงานมานาน เงินไปไหนหมด

ถ้าต้องแชร์เรื่องเงิน แอดจะเขินมั้ย ? เขินสิครับ 5555

แต่ด้วยความที่แอดก็ทำงานมาสักพักนึงละ เคยถามตัวเองบ่อยๆว่าแบบทำงานไปเรื่อยๆเนี่ย
“จะรวยตอนไหนวะ”
“เงินไปไหนหมด”
“จะเก็บเงินได้มั้ย เก็บได้เท่าไหร่”

มันคือคำถามทางการเงิน แต่เป็นคำถามที่ตอนนั้น ตอนที่ศึกษาแรกๆเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “ความรู้การเงินส่วนบุคคล”

จริงๆเราควรถามตัวเองบ่อยๆนะ ไม่ว่าจะเรื่องเป้าหมายการเงินของตัวเอง จะมีเงิน ต้องมีเท่าไหร่ มีไปทำไม ต้องมีเท่านั้นจริงๆมั้ย ? บลาๆๆ อะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่เราต้องถามตัวเองให้มากๆจริงๆ และหลังจากถามก็ต้อง execute มันออกมาเป็น action อะไรสักอย่างที่เราต้องทำด้วย

บันทึกรายจ่าย is King

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน(ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือพวกเราๆเนี่ยแหละ) แอดคิดว่ารายได้เราไม่ได้มีมาจากหลากหลายช่องทางจนมันทำให้ชีวิตวุ่นวายอะไรขนาดนั้น แต่แอดมองอีกด้านก็เลยคิดว่า “รายจ่าย” นี่แหละ คือ everythings ที่ทำให้คนๆนึงมีอนาคตทางการเงินที่แตกต่างออกไปจากอีกหลายคนเลย

รายจ่ายของเรามีหลากหลายประเภทมากๆ แล้วแต่ว่าเราจะ catagorize รายจ่ายนั้นเป็นรายจ่ายประเภทไหน(คล้ายกับการแปะ label ให้กับ data ในหลายๆโปรเจคเลยครับ)

เริ่มเห็นอะไรที่เป็นเค้าโครงรางๆแล้วใช่ไหมครับ ?

  • เก็บข้อมูลการใช้จ่ายของเราให้อยู่ในรูปแบบตาราง
  • categorize data ที่เรามีให้เป็นหมวดหมู่ (แปะ label ให้กับข้อมูล)
  • เก็บข้อมูลหลายๆแบบเช่น วันที่, text ปกติ, ตัวเลข, พิกัด latitude-longtitude และอีกหลายๆประเภทของข้อมูล

มองดีๆมันแทบจะเหมือนกับ data ที่แอดใช้ในการทำงานเลยครับ เหมือนเป้ะๆ 5555 เพียงแต่ว่า scale ของปริมาณ + ความหลากหลายของชนิดข้อมูลอาจจะไม่หลากหลายเท่ากับตอนทำงานเท่านั้น(ตอนทำงานคือ 10X, 100X จะบ้าตาย 555+)

ลองเอาความรู้ที่ทำงาน มาปรับใช้กับชีวิต

แอดเริ่มเอาข้อมูลรายจ่ายที่มี ไปเก็บใน Google Sheet ก่อนเลย เพราะว่าง่ายสุดละ 555+ แล้วก็คิดว่ามันไม่ซับซ้อนด้วย เปิดมันทุกวัน ใส่ข้อมูลทุกครั้งหลังจากที่จ่ายเงิน ทำสูตรคำนวน pivot table อะไรในไฟล์เดียวเต็มไปหมด

บอกเลยอย่างเท่!

พอใช้ไปเรื่อยๆ รู้สึกว่า “เอ้ยมันก็ work นี่หว่า”
แต่อยากได้อะไรที่มัน advance ขึ้นไปอีกสักหน่อยนึง

เลยหาเรื่องเอา AppSheet เข้ามาช่วยประยุกต์สักหน่อย ผลลัพธ์ก็คือ “เละ” 555+ ชีวิต!
(เอามาเป็นเหมือนตัว inputor หรือ collector ก่อนที่จะส่งข้อมูลไปเก็บที่ Sheet)

เลย minimize อะไรหลายๆอย่าง สรุปเอา AppSheet ออกแล้วก็ใช้ Sheet เป็นตัวเก็บข้อมูล ตัวใส่ข้อมูลอย่างเดียวเลย แล้วเรื่องของการ Visualize แอดก็ดึงข้อมูลไปต่อกับ Looker เอา ทำเป็น Dashboard แสดงผลลัพธ์ต่างๆที่เราอยากเห็น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินที่จ่ายในวันนี้ วีคนี้ เดือนนี้ ใช้เงินมากขึ้นหรือน้อยลงโดยคิดเป็น %Growth (แอดโครตแนะนำเลย Looker นี่ทั้งฟรีและก็ใช้งานง่ายมากๆด้วย! ไปลองกันนะ)

และจากนั้นมาแอดก็รู้สึกว่า “เป้าหมายการเงินส่วนบุคคลหลายๆอย่างที่แอดมี มันเริ่มเป็นจริงจากการ Track ค่าใช้จ่าย”

มหัศจรรย์ไหมล่ะ 5555

ไม่ได้จะอวดเด้อ(อย่าหมั่นไส้กันเลย) แต่จะบอกว่า “มันทำให้แอดระมัดระวังตัวเองในเรื่องของการใช้เงินมากขึ้น ในทุกๆครั้งที่มีการโอนเงิน ทุกครั้งที่ต้องใส่ข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อซื้ออะไรสักอย่าง”

Gemini คือผู้ช่วยที่ดีมากจริงๆ

ยังไงแอดก็รู้สึกว่า Gemini ค่อนข้างที่จะ Friendly มากกับ User แอดรู้สึกว่าแอดอยากใช้มากกว่า เลยเทียบประสิทธิภาพเรื่อง Coding ระหว่าง Gemini, ChatGPT, Claude 3 ตัวนี้ สรุปแอดก็ยังถูกใจ Gemini มากกว่าอยู่ดี

เพราะฉะนั้นแล้วแอดเลยใช้ Gemini นี่แหละเป็นผู้ช่วยของแอดในการทำ Web App ตัวนึงขึ้นมา (ลืมบอกไปช่วงก่อนที่แอดจะมาลุยศึกษาเรื่อง Data เต็มตัวเนี่ย แอดศึกษาเรื่อง HTML, CSS, JavaScript มาก่อนเด้อ – เดี๋ยวจะมาแชร์วิธีเรียนทีหลัง ปีหน้าละกัน 5555 ขออนุญาติไปย่อยรายละเอียดก่อน)

และนี่เป็นที่มาของ MoniDay – Minimal Expenses Tracker ที่แอดสร้างขึ้นมาให้ตัวเองใช้ และตอนนี้แอดก็อยากให้ทุกคนได้ใช้เหมือนกัน!

MoniDay เก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายของเรา

ตัว MoniDay จะใช้ LocalStorage ของอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งเป็นหลักเลย ไม่มี server กลางครับ ซึ่งนั่นหมายความว่าทุกข้อมูลที่ทุกคนเข้า input เข้าไปจะถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์นั้นๆเป็นหลัก (สมมติว่าใช้โทรศัพท์ ข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้ในโทรศัพท์ ไม่ link ไปที่ไหนครับ – เรื่อง Data Privacy ไม่ต้องห่วงเลย เงินใครเงินมัน)

ใช้งานง่ายเกิ้น

แอดคิดว่าเรื่องเงินของเราแต่ละวันเนี่ย มันยากมากพอละ อย่าให้เรื่องอื่นมันเข้ามาทำให้ชีวิตมันยุ่งยากเลย เพราะฉะนั้นหน้าตาของตัว web app จึงใช้งานง่ายมาก ใส่ข้อมูล ดูสรุปข้อมูล ใช้ได้ทุกวัน ขอแค่มี internet ก็พอละ

Data Privacy

อย่างที่แอดบอกไปก่อนหน้า มันเป็น Web App ฮะ ข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ที่อุปกรณ์ใครอุปกรณ์มัน (ขนาดแอดลองแยกระหว่างใช้บน Browser และก็ Add to Home Screen จากตัว Browser สรุปข้อมูลแยกกันแบบ 100%!) ครั้งแรกที่ทดสอบเลยโครตงง ข้อมูลหายไปไหนวะ!

**นั่นเลยเป็นหมายเหตุให้คนที่ใช้ครั้งแรก แอดแนะนำให้ Add to Home Screen แล้วใช้แอปจากตรงนั้นเลย ที่เดียว ถ้าอยากจะลองใช้กับอุปกรณ์อื่น แนะนำให้ export ข้อมูล แล้วก็ไป import ข้อมูลเข้าไปแยกเอาต่างหาก (ได้ข้อมูลเป็นไฟล์ Json 555+ ตามสไตล์เลยฮะ)

ตอนแรกอยากให้เป็นธุรกิจ แต่ไปฟรีเถ้อะ 555 ใช้อย่างเพลิน

เอาไปเลยฮะ ทุกครั้งที่แอดมีการพัฒนา feature อะไรสักอย่าง บอกเลยว่าทุกคนจะได้ใช้เหมือนกันหมด(คืออย่างที่บอก ทำเอาไว้ใช้เอง ก็เลยอยากจะพัฒนาไปเรื่อยๆฮะ

เรียนรู้เรื่อง Github, Git, VSCode สำหรับ WebApp อีกครั้ง

ดีเลย พอแอดได้เรียนเรื่องนี้ปุ้ป เจอกันคลาสต่อไปสักตอนใน Datasteps นะฮะ 555 เดี๋ยวจะสอนให้เข้าใจง่ายที่สุด(แอดชอบคิดว่ามันคือการทบทวนตัวเอง)

เอาไปลองใช้ + ให้ Feedback แอดด้วย

นี่เลย เข้าไปที่เว้ปนี้ แอดเอาขึ้น Github ของตัวเองไว้แล้วเรียบร้อย

ถ้าเข้าแอปนี้ผ่านโทรศัพท์อย่าลืม “Add To Home Screen” ด้วย แล้วก็ใช้จากตรงนั้นอย่างเดียวเลยเด้อ ใช้แล้วอะไรยังไงอย่าลืมให้ feedback มาด้วยนะคร้าบ (ต้องเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายของเราสักระยะนึงก่อนถึงจะเห็นภาพรวม)

บอกเลยชีวิตการเงินเราจะเปลี่ยนไป!

nutkhuannaen-spec.github.io/moniday

ปีใหม่กำลังมา การเงินแบบใหม่ก็เตรียมตัวได้แล้ว

แอดไม่ได้หวังว่าพอทุกคนใช้แอปนี้แล้ว ทุกคนจะรวยขึ้นเป็นเศรษฐีอะไรแบบนั้น แต่แอดคิดว่าแอปนี้น่าจะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองได้มากขึ้น ไม่ต้องถึงขนาดเป็นเซียนด้านการเงิน แต่มีความรู้ด้านการเงินในตัวของตัวเอง รู้ว่าเราใช้ไปกับอะไร รู้ว่าเดือนนี้เราหามากกว่าจ่าย หรือจ่ายมากกว่าหา

แอดหวังว่าทุกคนจะใช้มันส์ให้สนุกนะครับ

ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ด้วย 5555 ไปละ แพล่มเยอะจัด 😂


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

👨🏻‍💻 If outside is hot, Stay in and learn!

🎉 Type "Apr20" before purchasing!

get 20% off !

(Fastlane, Marvel, Big Bang, Rizz D-Sci, FODE)

April Only !