
ไม่ได้เขียนบทความมานานละ ขอสักหน่อยละกัน
สวัสดีคร้าบบบบ ~
หลังจากที่แอดห่างหายจากการเขียนบทความไปนาน
บทความนี้เลยจะเป็นบทความที่ค่อนข้างพิเศษ
(เห็นบอกพิเศษทุกบทความ 555)
เพราะแอดจะเอาเรื่องจริง จากประสบการณ์ตรงของตัวเองมาเล่า
exclusive มากไปกว่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสดๆร้อนๆ เพราะพึ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่วันนี้เอง (ช่วงวันที่ 1 – 4 พฤษภา 2568)
วันก่อนเริ่มงานจริง
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน มีการจัดงาน Event นึงที่อลังการโครตๆ ที่กรุงเทพครับ (คนอยู่กรุงเทพ น่าจะรู้ดีว่าเป็นงานอะไร) ซึ่งแอดก็มีโอกาสได้ไปเข้าร่วมอยู่แล้ว เพราะว่าบริษัทของแอดก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงาน หรือที่เรียกว่าผู้ขายเหมือนกัน
ต้องบอกก่อนว่าแอดไปรอบนี้ แอดไม่ได้ไปนั่งประชุมหรือเขียน code หรือว่าไปนั่งวิเคราะห์ข้อมูลใดๆ แต่แอดไปในฐานะ “แรงงานชั้นยอด” คนนึงเลย
เหตุผลง่ายๆคือ แอดเป็นผู้ชายคนเดียวที่น่าจะใช้งานได้มากที่สุดละ 😂 (แล้วมันดีมั้ยเนี่ย)
พอไปถึงก็ทำการตกแต่งบูธร้านของตัวเอง ยกของ จัดนั่นนี่นู่น จ่ายเงินต่างๆนาๆ เสร็จสรรพ พร้อมที่จะขายของในวันต่อไป
วันงานวันแรก – Hello วันหยุด
ด้วยความที่วันแรก เป็นวันแรงงาน และถือว่าเป็นวันหยุดของบ้านเรา แอดบอกเลยว่า “Hall แทบแตก 555+” งานนี้คนเดินเยอะมาก ทั้งน้องหมา น้องแมว (แอดเป็นสาวกของเหล่าสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว) เรียกได้ว่าแทบไม่มีพื้นที่ให้กับคนขายได้หายใจ
จำนวนของที่ขายออกไป ก็เยอะมาก ลูกค้าที่ขอใบกำกับภาษี ใบเสร็จอะไรแบบนี้ก็มีเยอะมากเป็นเงาตามตัว (แอดดูแลในส่วน Finance ของบริษัท เรื่องนี้มันจึงหนีไม่พ้นการทำระบบให้ดีอยู่แล้ว)
แอดใช้บริการซอฟแวร์เจ้าหนึ่ง ซึ่งแอดบอกจากใจเลยว่า “มันไม่ทัน” 555 ไม่ใช่แอปเค้าไม่ดีหรือว่าอะไรนะ แอปมันดีมากครับ นับถือคนคิดคนทำเลย แต่มันไม่ทันจริงๆ เพราะว่าของที่ออกไป + กับการขอเอกสารมันเยอะมากๆ
กลายเป็นว่าวันแรกจบงานไปด้วยความทุลักทุเล ทั้งคนขาย ทั้งหลังบ้าน เรียกได้ว่าสะบักสะบอมกลับบ้าน (ส่วนแอดกลับโรงแรม) กันด้วยความเปื่อยเลย
ตัวแอดเองก็เช่นกัน เพราะว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว 5555 ตั้งแต่จัดร้าน ขายของ หลังบ้าน คนจ่ายเงิน
จะเอาไรจากกูอี้กกกกก 5555 ว่ามา!
สรุปวันแรก เราเริ่มเห็นปัญหาแล้วว่า “เราต้องการเห็น Stock ที่ขายไปพร้อมกับยอดขายเลย แบบทันที”
(บอกไวๆก่อนว่า แอดไม่ได้คิดว่ามันจะขายดีขนาดนี้ การที่เราจะลงทุนซื้อเครื่อง pos มา คงไม่คุ้มเท่าไหร่ 555 ข้อนี้แอดประมาทเองจริงๆ ขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วยมา ณ บทความนี้)
วันที่ 2 Traffic ลดลงเนื่องจากกลับเป็นวันทำงาน
จากที่เมื่อวานแก๊งค์ๆของแอด ได้ทำงานกันอย่างหนักหน่วง (ตอนกลางคืนยังจะบอกตัวเองว่าเดี๋ยวคืนนี้กลับไปทำงานนั่นนี่นู่นต่อ… สรุปคือสลบทันทีเมื่อถึงโรงแรม 555)
มาวันนี้เหมือนเป็นโบนัส หลังจากที่ทำงานอย่างหนักในวันแรก เพราะว่า Traffic ของลูกค้าที่เดินไปเดินมาในงานนั้น เรียกได้ว่าลดลงมาประมาณครึ่งนึงเลยก็ว่าได้
วันนี้เลยทำให้แอดค่อยพอที่จะมีเวลาที่ได้คิดอะไรหลายๆอย่าง แบบที่ว่าได้รีวิวว่าวันแรกผ่านไปยังไง มีอะไรที่เป็นเรื่องที่ทำได้ดี + อะไรที่เราจะต้องพัฒนาอีกในวันต่อๆไปได้อีกไหม
ซึ่งแน่นอนเราเข้าเรื่องกันได้ละ เพราะสิ่งนั้นที่แอดรับผิดชอบโดยตรงเลยก็คือ “ระบบ Stock Tracking” หรือเรียกอีกอันก็คือ “ระบบ POS”
เพราะเมื่อวานที่ผ่านมา เหล่าแก๊งค์ๆของแอด เน้นขายลูกเดียว เน้นเอาเงินเข้าบัญชีบริษัท แต่ไม่ได้สนเลยว่าขายอะไรไปบ้าง เพราะว่ามันช้ามากกับการที่ต้องมาบอกแอดทีละอันว่าขายอะไรไป (ขายไม่ทันลูกค้าที่ต้องการ)
เน้นถ่ายรูป + ถ่ายสลิปเงินโอน อย่างเดียวเลย
แต่ก็อย่างว่า วันที่สองแอดก็ทำได้แค่คิด เพราะว่ายังคงไม่ค่อยได้แตะคอมเท่าไหร่ ทำให้แอดยังต้องผลักงานนี้ไปเป็นวันที่ 3 (แนวคิดเกี่ยวกับเรื่อง POS ในวันนี้เลยทำได้เพียงแค่วาด Flowchart ลงในกระดาษอย่างเดียวเลย)
พอมาถึงโรงแรม ก็ได้เวลาเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในกระดาษ ให้กลายเป็นสิ่งที่ต้องเอาไปใช้ได้จริงละ
เห็นปัญหา แล้วต้องแก้ปัญหา ไม่งั้นเรานี่แหละปัญหา
คืนวันที่ 2
หลังจากที่ข้ามผ่านฝูงชนมาได้แบบทุลักทุเลในแต่ละวัน แอดบอกเลยว่าการที่จะเอากระดาษที่จดเอาไว้ ตอนที่แอดนึกไอเดียออกเนี่ย การดึงออกมาจากกระเป๋าได้ นี่ถือว่าเป็นบุญหัวมากแล้ว 555 😂
พอไล่ดูสิ่งที่ตัวเองจดลงไปในกระดาษ ปวดหัวตึ้บกว่าเดิม(เดี๋ยวๆ)
นี่เป็น idea คร่าวๆที่แอดคิดออกมาได้บนกระดาษ (ประเด็นก็คือ ตอนนี้กระดาษหายไปไหน๊ – คราวหลังจะถ่ายรูปไว้)
- ทุก product จะมีสิ่งที่เรียกว่า barcode ที่เป็น unique value ของตัวเอง
- เราสามารถใช้โทรศัพท์เราเนี่ย ยิงบาร์โค้ดแล้วเก็บข้อมูลไปไว้ที่นึงได้เลย (ง่ายๆอย่างแอดก็ต้อง google sheet เท่านั้น!)
- แอดจะสร้าง app ง่ายๆด้วยการใช้ appsheet โดยใช้เป็นเหมือนกับ inputer หรือตัวนำเข้าข้อมูล (เพราะว่ามันสามารถเป็น scanner ภายในตัวได้เหมือนกัน)
- สามารถเก็บข้อมูลที่เป็นราคาได้ + เก็บ slip การโอนเงินในรูปแบบของ file image ของลูกค้าที่เค้าโอนเงินใน pos_id นั้นได้ (ตัว pos_id นี่ให้สร้างขึ้นมาเองได้เลย)
- ข้อมูลทั้งหมดจะเก็บอยู่ใน google sheet แยกออกเป็น column ไล่ๆไป
และนี่คือ idea ทั้งหมด!
คืนนั้นประมาน 2 ชั่วโมงกว่าๆ แอปก็เป็นอันพอใช้ได้ (ไม่กล้าบอกว่าสมบูรณ์ เพราะว่าต้องไปลองใช้หน้างาน)
(แอดไม่ได้จะมาบอกเด้อว่าทำยังไง 555 แอดมาบอกแนวคิดและเรื่องราวและที่มาว่าทำยังไงในการมองปัญหามากกว่า – อาจจะไปบอกใน Youtube มั้ง)
วันที่ 3 – ลองใช้งานจริงกันดีกว่า
เช้าวันที่ 3 พอเริ่มรันแอปก็เจอปัญหาเลยก็คือ
- ไม่สามารถแชร์แอปได้ เพราะใช้ email ที่เป็น email ของบริษัท แล้วมันค่อนข้างที่จะ secure มาก ทำให้ไม่สามารถแชร์แอปนี้ไปให้กับเครื่องอื่นได้ (มีแต่โทรศัพท์แอดเท่านั้นที่ทำได้ Omg)
- Item มีมากกว่าที่คิดไว้ (1 บิลเป็นไปได้ว่ามีเต็มที่ 11 รายการ แต่แอดดันสร้างไว้แค่ 5 รายการ)
- สแกนเนอร์ไม่ทำงาน ถ้าใช้บนบราวเซอร์ อย่าง Safari ใน Iphone
- ทีมที่เคยใช้วิธีเดิม ไม่เปลี่ยนไปใช้แอป เพราะไม่คุ้นเคยกับแอปใหม่ ยังคงถ่ายรูป และถ่ายสลิป
นี่เป็นปัญหาหลักๆเลยที่แอดเจอ
ต้องขอบอกก่อนเลยว่า พอเราสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมาแล้ว เราคิดว่ามันต้อง work แน่นอนในฐานะผู้สร้าง แต่แอดขอบอกจากใจเลย ยังไงก็ต้องทำการ test เสมอ อย่าพึ่งทำการ implement แบบจริงจัง เพราะมันจะเจอปัญหา! 555
ไล่แก้ปัญหาไปทีละข้อ
แน่นอนว่าเราเจอปัญหาไปละ แต่เราไม่ควรตื่นตระหนก เราต้องรู้ก่อนว่าปัญหาคืออะไร อย่างแอด
“จดลูกเดียว”
เจอปัญหาอะไร ให้จดออกมาก่อน เหมือนเป็นการรับ Feedback ของ user มาโดยตรง แล้วเขียนมันออกมาให้เป็นรูปธรรมให้มากขึ้น (เลยเป็นที่มาของปัญหาข้างบน)
จากนั้นก็ตั้งสติ แล้วก็ไล่แก้ไปทีละข้อได้เลยครับ
- เปลี่ยนจาก email ของบริษัท มาเป็น email ส่วนตัวชั่วคราว แล้วแชร์ app นี้ให้เป็น public เพื่อให้ user นั้นเข้าถึงได้ (จบงานก็มาปิดตรงนี้)
- เพิ่ม column ให้เป็น 11 column เพื่อเพิ่มจำนวน item ให้สูงที่สุดต่อ 1 บิลที่เป็นไปได้
- ให้ user โหลด app ที่ชื่อว่า appsheet
- บอกให้ทีมใช้ ถ้าไม่ใช้ ก็ไม่เป็นไร งานหน้าก็ต้องใช้อยู่ดี 555 (แต่ในใจคือบอก “ช่างแม่ง แล้วแต่เลย ทำให้แล้วน้า” นานแล้ว หยอกๆ 555)
ผลลัพธ์ที่ออกมา
It’s work!
555 บอกเลยแอดอยากจะขอบคุณตัวเองมากที่อย่างน้อย เราก็ได้แก้ไขปัญหาตรงนี้แล้ว
และแน่นอนว่าพี่ในทีมก็ใช้ (2 คนจากทั้งหมด 4 คน ก็ถือว่าเป็น 50% ไปก่อนละกันนะ)
คือถ้าจะถามแอดว่าแอปมันโอเคไหม มันดีหรือไม่ แอดก็ตอบว่าถ้าเอาเป็นในระดับ scale ของตัวเอง กับเวลาที่มีในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ เรื่องนี้แอดบอกเลยว่าชนะขาด 100%
แต่ถ้าเป็นเรื่องการ training กับ implement เนี่ย ยังคงต้องบอกเลยไม่ถึง 50% เลยมั้ง 555 เวลามันน้อยเกิ้น การพัฒนามันก็คงน้อยตามไป
มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติม
แอดพึ่งมี 1 on 1 session กับหัวหน้าแอดมาไม่กี่วันนี้ หัวหน้าแอดประทับใจเรื่องนี้มาก (มั้ง 555) เราก็บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติมากเลย ก็แค่สร้าง pos ขึ้นมา เพียงแต่ว่ามันอยู่บน mobile ก็เท่านั้น
หัวหน้าแอดมองไปไกลมากว่าแบบ ถ้าเอาไปขายให้กับ seller ในงาน you gonna be rich 555 ไปนู่นเลยหัวหน้าผม 555
เพราะว่าข้อมูลทุกอย่างถูกนำเข้า และจับเก็บเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
หน้าที่ของหลังบ้านหลังจากนั้นก็แค่เอาตัวข้อมูลที่เป็นบาร์โค้ดไปแปลงเป็นชื่อรุ่น ชื่อโมเดล แค่นี้ก็จบแล้ว (หรือจะทำให้รอโดยใช้ pivot table เลยก็ยังได้)
เลยเป็นที่มาของวิดีโอล่าสุดอย่างการทำ pos ในธุรกิจ sme ใกล้ตัว อย่างเช่นร้านอาหารตามสั่ง
สรุป
สำหรับบทความนี้แอดไม่ได้มาสอนทำ เพราะคิดว่ามันละเอียดมาก แล้วอาจจะทำเป็นวิดีโอแทน (ถ้าอยากทำนะ – indy เกิ้นนนน)
แต่ทุกคนน่าจะเห็นแนวคิดเรื่องของการแก้ปัญหาว่าเราจะทำยังไง เมื่อเราเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า รวมถึงความสำคัญของการ execute กับปัญหาออกมาให้เป็นรูปธรรม อย่างการจด 555 (อย่าดูถูกพลังของการเขียน)
รวมถึงการจัดการเวลาที่จะใช้ในการทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
เอาเป็นว่าบทความนี้มาเชิงแนวคิด บวกกับเอาเรื่องสนุกๆที่ไปร่วมจอยอีเว้นต์มาเล่าให้ฟังละกาน อิอิ
Leave a Reply