
สวัสดีครับนักอ่านทุกคน
วันนี้แอดเอาเรื่องดีปๆมาฝาก (เดี๋ยวๆ 555)
เรื่องเกี่ยวกับการใช้สมองที่ 2
เห็นไหม แค่เห็นชื่อหัวข้อ ก็เริ่มกาวแล้ว
แต่ว่าเดี๋ยวก่อน เรื่องนี้ ไม่ได้กาวอย่างที่คิด!
เชื่อไหมครับ ว่าจริงๆแล้วเราสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า “สมองที่ 2” ได้
โดยมันจะช่วยเราในเรื่องการเรียนในการรับรู้เรื่องต่างๆในชีวิตของเราได้
และแน่นอนว่า
มันทำได้จริงๆ
ไม่ได้กาวแม้แต่นิดเดียว 😂
สมองที่ 2 คืออะไร ?
คำว่าสมองที่ 2 มีแนวคิดมาจากนักเขียนที่ชื่อว่า Tiago Forte
โดยจริงๆแล้วเค้าได้ให้นิยามของสมองที่ 2 เอาไว้อยู่แล้ว (ไปหาอ่านกันเองนะ)
นี่คือความหมายของแอด
อยากจะเพิ่มเติมให้ได้ลองอ่านกัน
สมองที่ 2 (Second brain) คือ สมองสำรองที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง เพื่อทำหน้าที่ในการเก็บ คิดประมวล แสดงข้อมูลที่ผ่านเข้ามาด้วยโสตประสาทไหนก็ตาม (ตา หู จมูก ปาก etc.)
โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงาน จากสมองหลักของเรา
“สมองของเรา มีหน้าที่ในการคิด ไม่ใช่มีหน้าที่ในการจำ”
สมองหลักของเราสามารถคิด สร้างสรรค์ idea อะไรต่างๆออกมามากมาย
แต่แอดบอกก่อนเลยว่า สำหรับแอดนั้นเรื่องการจำในสมองหลักนี่ เป็นอะไรที่แย่มาก
(อันนี้ส่วนตัวของแอดเลย แต่บางคน อาจจะทำได้ดีในเรื่องของการจำผ่านสมองหลักก็ได้นะ ก็แล้วแต่คนไป)
สมองที่สอง จึงเกิดมาเพื่อจัดการปัญหาตรงนี้ นั่นคือเรื่อง “การจำ”
ทำไมต้องมีสมองที่ 2
“ด้วยปริมาณข้อมูลที่เยอะมากๆขนาดนี้ในแต่ละวัน”
ไม่มีก็คงไม่ได้แล้ว 555
แต่ละมื้อแต่ละเดย์ของเราที่ผ่านไป
ด้วยปริมาณข้อมูลที่เข้ามาจากแหล่งต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่ผ่านตาเรา อย่างเช่นจอ LCD ที่ห้างสรรพสินค้า
ลงมาเล็กที่สุดอย่างเจ้าโทรศัพท์ที่ไม่เคยห่างมือ
(แม้กระทั่งตอนที่อ่านบทความนี้อยู่)
เราจะเจอข้อมูลอะไรสักอย่าง
ที่เรามักจะสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว
พอเราชอบปุ้ป เราก็จะทำการ Save มันไว้
in somewhere
..
..
Somewhere
มันคือที่ไหนกันนะ
สุดท้ายเราก็ได้คำตอบว่า “ไม่รู้ ลืมไปแล้ว”
สมองที่ 2 จึงเกิดมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
คือการเกิดขึ้นมาเพื่อเป็น Somewhere ให้กับทุกคน
เริ่มน่าสนใจขึ้นแล้วใช่ไหม?
วิธีสร้างสมองที่ 2
สมองที่ 2 ที่เราจะสร้าง
แอดอยากจะขอแบ่งเป็น 3 ประเภท
เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกนำไปใช้
เพราะแต่ละคน มักจะชอบไม่เหมือนกัน
แบบ Offline
- ใช้เพียง “สมุด 1 เล่ม + ปากกา 1 ด้าม”
- ปากกา ให้เลือกแบบที่ตัวเองชอบมากที่สุด เขียนดีที่สุด ลงทุนนิดนึง
(ปากกาด้ามนี้จะอยู่กับเราไปตลอดการเดินทางนี้) - สมุด แอดแนะนำให้ใช้เป็นสมุดที่เป็น bullet point (ที่มีจุดๆจางๆในทุกหน้ากระดาษ)
- เทคนิคการจัดการสิ่งที่จดลงไปในสมุด
ให้ใช้การจดแบบ Bullet journal (แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม)
แบบ Online
- ใช้โปรแกรม หรืออาจจะเป็นแอป ที่ชื่อว่า “Notion”
- ข้อดีของ Notion มีเยอะมาก คือ เปลี่ยนการจดให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ เปลี่ยนรูปแบบของข้อความ ให้กลายเป็นรูปแบบที่เราต้องการเป็นพิเศษ เช่น จาก text ธรรมดาให้กลายเป็น Heading
- คล้ายๆกับทำ website (Notion สามารถกลายเป็น website ได้ด้วยนะ โหดเกิ้นน)
- ใช้ฟรี (อันนี้ดี ไม่ต้องอธิบายใดๆ)
- เทคนิคการจัดการข้อมูลที่แอดแนะนำคือ สร้าง Database ใน Notion ขึ้นมา แล้วจัดกการข้อมูลเหล่านั้นด้วยฟังก์ชั่นต่างๆที่ Notion มีให้
แบบผสม
- ใช้ทั้ง Offline + Online เรียกได้ว่าเป็นเหมือนกับ Full-stack second brain
- แอดใช้วิธีนี้ เพราะบางทีก็อยากจะห่างอุปกรณ์พวก electronics บ้าง
- จดข้อมูลที่สนใจผ่านสมุดด้วยเทคนิค BJ จากนั้น พอมีเวลาก็เอามาใส่ใน Notion
- อันนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้สะดวกที่จะอยู่หน้าคอมตลอดเวลา
หลักการเก็บและจัดการข้อมูลสำหรับ Second Brain
อันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับ Data Analytics นะ
แต่แอดจะบอกว่าแอดใช้หลักการนี้แหละ
ในการหาความรู้ต่างๆ
เพื่อเอามาใช้สอนในช่อง DataStep 555
(แอบ tie-in อีกแล้วโว้ยยยยย)
หลัก CODE
แอดขอยกเครดิตนี้ให้กับ Tiago Forte จริงๆ
เพราะด้วยหลักการนี้ ทำให้แอดจากที่ไม่ได้เป็นเด็กเรียนเก่งเท่าไหร่ในตอนเด็ก
สามารถที่จะจัดการข้อมูลต่างๆในหัวในตอนนี้ ได้ดีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมากๆ
(ถ้ารู้เทคนิคนี้ตั้งแต่สมัยเรียนประถมนะบอกเลย เกรด 4 รัวๆ! 555 ครูมีอึ้ง!)
ขออธิบายคำว่า CODE ไปทีละตัว
C = Capture เอาข้อมูลตรงนั้นมา
ถ้าเกิดว่าเราสนใจข้อมูลตรงนั้นเป็นพิเศษ ให้เราดึงเอาข้อมูลตรงนั้นมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ
ถ้าเกิดว่าเราใช้สมุดกับปากกา = จด
ถ้าเกิดใช้โทรศัพท์ = Capt หน้าจอ
ถ้าเกิดว่าใช้คอมพิวเตอร์ ก็ Copy link มาเลย
(สำหรับ Notion เค้ามี build-in extension ใน Chrome สำหรับ Save หน้านั้นแล้ว Connect ไปที่หน้า Notion ของเราได้ด้วยนะ ไปลองๆ)

O = Organize จัดการข้อมูลที่เราโยนเข้าไปมา
สำหรับการจัดการข้อมูลที่เรา Capture ลงมาใส่ในที่สมองที่ 2 ของเรานั้น
แอดบอกก่อนว่าอันนี้เป็นขั้นตอนที่อาจจะต้องใช้เวลาอยู่
เพราะข้อมูลที่เราชอบแล้วเลือกที่จะโยนเข้ามา
มันจะมีเยอะมากๆ+
(นึกถึงตอนที่เรา Capture หน้าจอมาเยอะๆ ทำนองเดียวกัน
มันทำได้ง่ายๆเหมือนกับโยนของลงตะกร้า)
แต่แอดก็มีเทคนิคดีๆมาฝากเช่นเคย !
(เทคนิคซ้อนเทคนิคละนะจังหวะนี้ 555)
จัดการข้อมูลด้วยเทคนิค PARA
เทคนิคแรกยังไม่จบ
เทคนิคซ้อนเทคนิคก็โผล่มาให้อ่านอีกแล้ว 555 (อะไรครับเนี่ย!)
ขออนุญาติอธิบายนิดนึง
P = Projects
- สิ่งที่เราโยนมาใส่นั้น เกี่ยวข้องอะไรกับ Project ที่เรากำลังทำอยู่ไหม
- คำว่าโปรเจคอาจจะไม่ใช่เรื่องงานเสมอไป การซ้อมวิ่งมาราธอนก็อาจจะเป็นโปรเจคได้
A = Areas
- Scope จะใหญ่กว่าโปรเจค
- อธิบายได้ง่ายๆคือเป็นด้านต่างๆที่สำคัญของชีวิต เช่น การเงิน, สุขภาพ, งานที่ทำอยู่
R = Resourses
- เป็นแหล่งข้อมูลที่เราเอาข้อมูลมา ไม่ว่าจะเป็นจาก Website, เอกสาร, ภาพถ่าย, เอกสารและอื่นๆ
- เป็นได้ทั้งแบบ Offline media และ Online media
A = Archieve
- เป็นที่สำหรับเก็บข้อมูลที่เราไม่ได้ใช้แล้ว
- อะไรที่ผ่านเวลาที่ต้องใช้ไปแล้ว ให้โยนเข้าไปใน Folder นี้ได้เลย
D = Distill กลั่นกรองข้อมูลที่เรารับมา
ทุกอย่างที่เราโยนมาเก็บในสมองที่ 2 ของเรานั้น
จะต้องมีการ “กลั่น” เสมอ
เพราะโดยส่วนตัวแล้ว อย่างแอดเอง
แอดจะโยนทุกอย่างเข้าไปใน Notion
โดยที่ไม่ได้ไปจัดเรียง
จนมารู้จักหลัก CODE + PARA
ทำให้ Notion ของแอด Look clean ขึ้นเยอะ
อย่างง่ายๆเลยใน Database
เราสามารถที่จะติด Label หรือ Tag เอาไว้ที่ตัวข้อมูลนั้นๆได้
เพื่อให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราโยนเข้าไปนั้น อยู่ในส่วนของอะไร Project ที่ทำไหม
แล้วอยู่ใน Area ไหนของชีวิตเรา
เพราะถ้าเราจะเอาทุกอย่างที่เราโยนเข้าไป
มันจะกลายเป็นว่า สมองของเราจะรกมาก! (ไม่ต่างกับสมองหลักเราเลย 555)
อารมณ์แบบว่า เรียนมาหมดแล้ว แต่เอาไปใช้บ่ได้ Sadddd…
ฉะนั้น อย่าลืมหาเวลา Organize ข้อมูลข้างในด้วยเทคนิค PARA บ่อยๆนะคร้าบบ
E = Express เพราะการแชร์ คือสิ่งที่สรุปเนื้อหาของเรา ได้ดีที่สุด
แอดพึ่งมาทราบตอนโต
ว่าจริงๆแล้ว
“การสอนนี่แหละ คือสิ่งที่จะช่วยให้เราเรียนรู้และเข้าใจในหัวข้อนั้นๆได้ดีอย่างที่สุด”
การ Deliver มันออกไป (แอดจะขอถือว่าเป็ฯความหมายเดียวกับคำว่า Express นะ)
อย่างมีคุณภาพได้ นั่นย่อมหมายความว่า
กระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นจนปลายของเรา
“มัน Work!”
การแชร์มันออกมาเป็น Outcome อะไรสักอย่าง ยกตัวอย่างเช่น บทความ, วิดีโอ หรืออาจจะเป็น Report สักหน้านึง เกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ แอดก็คิดว่าใช้ได้แล้ว
สมองที่ 2 เหมาะกับใคร
สำหรับคนที่ชอบเรียน! 555
คนที่ชอบเรียนจริงๆ อย่างตัวแอดเอง พอรู้จักเทคนิคเหล่านี้แล้ว ชีวิตแอดง่ายขึ้นเยอะมากๆ จากที่แต่ก่อนทำอะไรก็ไม่รู้ มั่วไปหมด
คนที่ต้องย่อยเนื้อหาแล้วสรุป เพื่อแชร์ให้กับคนอื่นๆ
แอดคิดว่าสมองที่ 2 เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆจริงๆ เพราะอย่างน้อย
เราสามารถใช้สมองหลักในการคิด และใช้สมองที่ 2 สำหรับ recall ข้อมูลมาใช้
สรุป
ในยุคที่ข่าวสารมัน Overload มากๆอย่างยุคปัจจุบัน สมองที่ 2 จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถเลือกที่จะเก็บ หรือจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
เราสามารถสร้างมันได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ออกแบบ Flow ของข้อมูลที่เข้ามา
และยังสามารถที่จะจัดการได้เองว่าจะเอาข้อมูลนั้นไปทำอะไรต่อ หรือจะโยนมันเข้าไปใน Folder Archieve ก็ทำได้
ไม่ว่าใครจะทำงานอาชีพไหน ถ้าชอบที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ แล้วอยากเอาเรื่องเหล่านั้น มาเก็บไว้เป็นความทรงจำถาวร
แอดบอกเลยว่า “Second Brain” คือคำตอบเต็มๆ
Leave a Reply