Tag: data storytelling


  • เทคนิคสื่อสารภาษา Data ให้ทุกคนเข้าใจได้ — จากตัวเลขน่าเบื่อสู่เรื่องที่ทุกคนอยากฟัง

    ผมเคยนั่งฟัง presentation ที่มีข้อมูลแน่นมาก แม่นยำ และวิเคราะห์มาอย่างดี แต่ฟังจบแล้วคนในห้องประชุมก็พยักหน้าแล้วก็ “ไม่ได้ทำอะไรต่อ” (คน present คนนั้น ผมก็เคยเป็นมาก่อนด้วย) และผมก็เคยฟัง presentation อีกแบบที่ข้อมูลไม่ได้ละเอียดมากนัก แต่คนฟังออกจากห้องไปพร้อมกับรู้ว่าต้องทำอะไร ความต่างของสองอย่างนี้ไม่ใช่คุณภาพของข้อมูลครับ แต่เป็นวิธีที่คนนำเสนอมันออกมา ปัญหาที่เจอบ่อยมากในวงการ data คือคนที่เก่งเรื่องวิเคราะห์ข้อมูลมักไม่ถนัดเรื่องสื่อสาร และคนที่สื่อสารเก่งมักไม่มีพื้นฐาน data มากพอที่จะอธิบายให้แม่นยำ บทความนี้เลยอยากพูดถึงทักษะที่อยู่ตรงกลางครับ นั่นคือการเอาข้อมูลจริงๆ มาเล่าให้คนที่ไม่ได้ทำงานกับ data ทุกวันฟังแล้วเข้าใจและลงมือทำต่อได้ เข้าใจก่อนว่าคนฟังไม่ได้สนใจ data เขาสนใจแค่คำตอบ นี่คือสิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด คนที่ทำงานกับ data มักตกหลุมพรางอย่างหนึ่งคือคิดว่าถ้าแสดงข้อมูลให้ครบและถูกต้อง คนฟังจะสรุปเองได้ว่าควรทำอะไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนฟังส่วนใหญ่ไม่ได้มานั่ง process ข้อมูลในหัวพร้อมกับเราครับ เขามาเพื่อรับคำตอบเท่านั้น ลองเปลี่ยนวิธีเริ่ม presentation ดูครับ แทนที่จะเริ่มด้วย “วันนี้เราจะมาดูข้อมูลยอดขายในไตรมาสที่ผ่านมา” ลองเริ่มด้วย “ยอดขายของเราตกลง 15% และผมรู้แล้วว่าทำไม เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง” สองประโยคนี้มีข้อมูลเท่ากันครับ แต่ประโยคที่สองทำให้คนฟังอยากฟังต่อทันที เพราะมันสัญญาว่าจะมีคำตอบรออยู่ หลักการง่ายๆ…

  • Data Storytelling – พลังของการเล่าเรื่องด้วยข้อมูล

    “บทความที่แอดอยากเขียนมานาน 5555 มาแล้ว!” ลองนึกภาพว่าเรากำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมที่ใช้เวลานานมากๆ แล้วมีคนวางรายงานอะไรสักอย่างให้ มีความหนากว่า 10 หน้าที่เต็มไปด้วยตารางตัวเลขยั้วเยี้ยลงตรงหน้าต่างๆ ความรู้สึกแรกของเราตอนนั้นคืออะไรครับ ? หลายคนคงรู้สึกล้า และแทบจะนึกไม่ออกว่า “ตัวเลขพวกนี้ มันจะบอกอะไรเรา ?” แต่ในทางกลับกันครับ ถ้ามีคนเปิดหน้าจอขึ้นมาแล้วโชว์ “กราฟเส้นเพียงเส้นเดียว” ที่พุ่งทะยานขึ้น พร้อมกับคำบรรยายสั้นๆ ว่า “นี่คือจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่เราเปลี่ยนวิธีดูแลพวกเขา” (แบบนี้น่าสนใจกว่าใช่ไหมครับ ?) คำถามก็คือ ทำไมเราถึงจำกราฟเส้นนั้น ได้แม่นกว่าตารางตัวเลข 10 หน้า ? คำตอบอยู่ใน The Big Idea ของเรื่องนี้ครับ “ข้อมูลมันคือความจริง แต่การเล่าเรื่อง มันคือความหมาย” (Data is the truth, but storytelling is the meaning) ข้อมูลดิบ (Raw Data) เปรียบเหมือนกับตัวอักษรที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ มันคือ “ความจริง” ที่มีอยู่แล้วอย่างชัดเจน…