
ทุกวันนี้คำว่า “Data” ได้ยินกันแทบทุกวันเลยครับ ไม่ว่าจะในที่ประชุม ในข่าว หรือแม้แต่คุยเล่นกับเพื่อนร่วมงาน หลายคนอาจคิดว่าเรื่อง Data เป็นเรื่องของ “สายเทค” หรือคนเขียนโปรแกรมเป็นเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว Data Analytics หรือการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นทักษะที่คนทำงานออฟฟิศทั่วไป ไม่ว่าจะอยู่แผนกไหน ก็เอาไปใช้ได้จริงในงานประจำวันครับ บทความนี้ผมจะพาไปทำความรู้จัก Data Analytics แบบง่ายๆ ไม่ใช้ศัพท์เทคนิคเยอะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนสาย Data มาโดยตรง แต่อยากเข้าใจภาพรวม และอยากเริ่มเอาข้อมูลมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับงานตัวเองครับ Data Analytics คืออะไรกันแน่ พูดง่ายๆ Data Analytics คือการเอาข้อมูลที่มีอยู่มาศึกษา ทำความเข้าใจ แล้วดึงข้อมูลเชิงลึก (Insight) ออกมาใช้ตัดสินใจครับ ลองนึกภาพว่าบริษัทเก็บข้อมูลยอดขายรายเดือนไว้เป็นปีๆ ถ้าไม่มีใครหยิบมาดู ข้อมูลนั้นก็เป็นแค่ตัวเลขกองหนึ่งที่ไม่มีความหมายอะไรเลย แต่พอมีคนเอามาวิเคราะห์จริงๆ ก็อาจเจอว่า “ยอดขายมักตกช่วงกลางเดือน” หรือ “ลูกค้ากลุ่มนี้ซื้อซ้ำบ่อยกว่ากลุ่มอื่นชัดเจน” ซึ่งข้อมูลแบบนี้แหละครับที่ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นขึ้น Data Analytics ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แผนก IT หรือทีมข้อมูลเท่านั้นนะครับ แทบทุกแผนกเอาไปใช้ได้ทั้งนั้น…

สืบเนื่องมาจาก Post ใน Youtube ที่ทางพี่ยูปเอาวิดีโอแอดออกจาก platform แล้วแอดรู้สึกเสียด๊ายยย เสียดาย จะไม่ลงก็ยังไงอยู่ เอามาลงในนี้เลยละกัน (ข้อมูลที่ mock มาจาก Claude น่าจะเหมือนจริงเกินไป 55555 ทางพี่แกเลยบอกว่าไม่ได้ it’s too sensitive bro!) เข้าไปดูวิดีโอ พร้อมลองทำกับข้อมูลที่แอดให้ที่ Google Drive ลิ้งค์นี้ได้เลยนะครับ ⬇️ https://drive.google.com/drive/folders/1RHNn9dmXwLODv3Ns0MdzzZ6hYNAA_OOy?usp=sharing

ถ้าพูดถึงอาชีพที่ต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตมากที่สุด เกษตรกรน่าจะติดอันดับต้นๆเลยไหมครับ ? ชาวนาไทยรุ่นเก่าหลายคนอ่านฟ้าอ่านดินเป็น รู้ว่าเมื่อไหร่ควรปลูก เมื่อไหร่ควรเก็บเกี่ยว ดูแค่สีใบก็รู้ว่าต้นข้าวขาดธาตุอะไร ทักษะเหล่านี้สะสมมาหลายสิบปีและมีค่ามากๆ แต่ปัญหาคือโลกเปลี่ยนเร็วกว่าที่ประสบการณ์จะตามทันได้ครับ สภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นจนรูปแบบเดิมที่เคยเชื่อถือได้เริ่มพลาด ราคาปุ๋ยและยาขึ้นทุกปีในขณะที่ราคาพืชผลไม่แน่นอน และแมลงหรือโรคพืชสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อนก็เริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ Data และเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนที่ประสบการณ์ของเกษตรกร แต่มันมาช่วยให้การตัดสินใจที่เคยอิงแค่สัญชาตญาณนั้นแม่นยำขึ้น และช่วยให้รับมือกับสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้ดีขึ้น เกษตรกรไทยเผชิญปัญหาอะไรที่สามารถ data ช่วยได้ ก่อนจะพูดถึงวิธีแก้ ขอพูดถึงปัญหาจริงๆ ที่เกษตรกรไทยเจออยู่ก่อนครับ เพราะ data ที่ดีต้องตอบโจทย์ปัญหาจริง ไม่ใช่แค่ดูทันสมัย ไม่รู้ว่าดินต้องการอะไร เกษตรกรส่วนใหญ่ใส่ปุ๋ยตามที่เคยทำมาหรือตามที่ตัวแทนขายแนะนำครับ แต่ดินแต่ละแปลงมีองค์ประกอบต่างกัน บางแปลงขาดไนโตรเจน บางแปลงขาดฟอสฟอรัส ถ้าใส่ปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าดินต้องการอะไรจริงๆ ก็เหมือนกินยาโดยไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นอะไรครับ ไม่รู้ว่าน้ำเพียงพอหรือเกินไป การให้น้ำมากเกินไปทำให้รากเน่าและเปลืองค่าไฟ ให้น้อยเกินไปพืชเครียดและผลผลิตตก แต่การรู้ว่า “พอดี” คือเท่าไหร่ต้องการข้อมูลความชื้นดินและสภาพอากาศที่แม่นยำ ซึ่งแค่สังเกตด้วยตาเปล่าทำได้ไม่แม่นพอครับ ไม่รู้ว่าควรเก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ การเก็บเกี่ยวเร็วหรือช้าเกินไปกระทบคุณภาพและราคาโดยตรงครับ แต่การตัดสินใจนี้ในอดีตอิงแค่ประสบการณ์และการดูด้วยตา ซึ่งพลาดได้เมื่อสภาพอากาศไม่เป็นไปตามที่คาด ไม่รู้ว่าปีนี้ควรปลูกอะไร ราคาพืชผลแปรปรวนมาก และข้อมูลตลาดที่เกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่เข้าถึงได้มักล่าช้าหรือไม่ครบถ้วนครับ ทำให้ตัดสินใจเรื่องชนิดพืชที่จะปลูกได้ยาก Precision Agriculture คืออะไร และทำได้จริงไหมในบ้านเรา Precision Agriculture หรือการเกษตรแบบแม่นยำ…