Back to: English For Data Analyst
โครงสร้างประโยคง่ายๆ ที่ใช้บ่อยในงานเทคนิค
มีศัพท์อย่างเดียวยังไม่พอครับ ต้องรู้ด้วยว่าจะเอาคำเหล่านั้นมาต่อเป็นประโยคยังไง ข่าวดีคือ งานสาย Data ใช้โครงสร้างประโยคซ้ำๆ ไม่กี่แบบเท่านั้น จำแค่นี้ก็ครอบคลุมสถานการณ์ส่วนใหญ่ในที่ทำงานแล้วครับ
ประโยคที่พิมพ์บ่อยที่สุดในชีวิตการทำงานสาย Data น่าจะเป็นประโยคบอกว่า “งานนี้ตอนนี้เป็นยังไง” ซึ่งใช้โครงสร้างง่ายๆ แค่ 3 แบบ:
- The [thing] is [verb-ing] — กำลังทำงานอยู่ เช่น “The pipeline is running.”
- The [thing] has [verb-past-participle] — เพิ่งเสร็จ/เพิ่งเกิดขึ้น เช่น “The job has failed.”
- The [thing] is [adjective] — สรุปสถานะปัจจุบัน เช่น “The dashboard is up to date.”
สังเกตว่าทั้งสามแบบสั้นมาก ไม่ต้องมีประธาน-กริยาซับซ้อน แค่ [สิ่งที่พูดถึง] + [is/has] + [สถานะ] จบ นี่คือเหตุผลที่ประโยคบอกสถานะงานเรียนรู้ได้เร็วที่สุดในบรรดาแพทเทิร์นทั้งหมด
คำอ่าน: ออน แทร็ก
เป็นไปตามแผน ยังไม่มีปัญหา
คำอ่าน: บิ-ไฮนด์ สเค็ด-จูล
ช้ากว่าแผนที่วางไว้
ในภาษาไทย เราปรับความสุภาพด้วยการเติมคำลงท้ายอย่าง “ครับ/ค่ะ” หรือ “ช่วย…หน่อยได้ไหม” — ภาษาอังกฤษก็มีระบบคล้ายกัน แค่ปรับที่ตัวกริยาช่วยแทน (can/could/would) ยิ่งใช้คำที่ห่างจาก “ความจริง” มากเท่าไหร่ ยิ่งฟังสุภาพขึ้นเท่านั้น ลองดูตารางเทียบนี้ครับ
| ประโยค | ระดับความสุภาพ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| Can you send the file? | กันเอง ตรงไปตรงมา | เพื่อนร่วมทีมที่สนิทกัน |
| Could you send the file? | สุภาพขึ้นหนึ่งขั้น | เพื่อนร่วมงานทั่วไป (ใช้ได้แทบทุกสถานการณ์) |
| Would you mind sending the file? | สุภาพมาก | คนที่ไม่คุ้นเคย หรือขอสิ่งที่อาจเป็นภาระ |
| I was wondering if you could send the file. | สุภาพที่สุด อ้อมที่สุด | อีเมลทางการ หรือขอผู้บริหาร |
เคล็ดลับที่ผมใช้เองคือ: ถ้าไม่แน่ใจว่าควรสุภาพแค่ไหน ใช้ “Could you…” ไปก่อนเลยครับ มันเป็นตัวกลางที่ใช้ได้แทบทุกสถานการณ์ ไม่มีใครรู้สึกว่าเราหยาบคายหรือเว่อร์เกินไป
อีกสถานการณ์ที่เจอบ่อยคือ ต้องอธิบายว่า “ทำไมตัวเลขถึงเป็นแบบนี้” หรือ “ทำไม pipeline ถึงพัง” ซึ่งมีคำเชื่อมหลักๆ อยู่ 3 แบบ ต่างกันที่ตำแหน่งในประโยค
- because + ประโยค — “Revenue dropped because the campaign ended.”
- due to + คำนาม — “Revenue dropped due to the campaign ending.”
- as a result, … — “The campaign ended. As a result, revenue dropped.”
ข้อควรระวังที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุดคือเอา due to ไปวางหน้าประโยคเต็ม (ที่มีทั้งประธานและกริยา) ทั้งที่จริงๆ ต้องตามด้วยคำนามหรือ verb-ing เท่านั้น — จำง่ายๆ ว่า because ตามด้วย “เรื่องราว” ส่วน due to ตามด้วย “คำเดียวหรือวลีสั้นๆ”
ลองดูตัวอย่างนี้ครับ สมมติวันนี้ pipeline มีปัญหานิดหน่อยแต่กู้คืนได้แล้ว เราจะรายงานสถานะแบบนี้ในที่ประชุมหรือใน Slack ได้เลย โดยรวมทั้ง 3 แพทเทิร์นที่เรียนมาไว้ในย่อหน้าเดียว
“The pipeline failed early this morning due to a connection timeout. I restarted it and it’s now running normally. As a result, today’s dashboard is about 2 hours behind schedule — could you let the team know before the 10am meeting?”
สั้นๆ 3 ประโยค แต่ครบทั้ง 3 แพทเทิร์น: บอกสถานะ (failed / is now running), อธิบายสาเหตุ-ผล (due to / as a result), และขอความช่วยเหลือแบบสุภาพ (could you) — นี่แหละครับคือระดับภาษาที่คอร์สนี้ตั้งเป้าให้ทุกคนไปถึง ไม่ต้องซับซ้อน แค่ใช้แพทเทิร์นถูกจังหวะ
จำ “[thing] is [adjective]” ไว้ในหัว แล้วเปลี่ยนคำแทนที่ทุกครั้งที่ใช้จริง
ลองเขียนสถานะงานตัวเองเป็นภาษาอังกฤษทุกเช้า แค่ 1-2 ประโยคก็พอ
เจอประโยคภาษาอังกฤษดีๆ จากเพื่อนร่วมงานหรือ Documentation ให้จดเก็บไว้ใช้ซ้ำ
ถ้าไม่แน่ใจระดับความสุภาพ ใช้ “Could you…” ไปก่อนได้เสมอ
ลองทำ 3 ข้อนี้ครับ ใช้เวลาไม่เกิน 5-6 นาที:
- เขียนประโยคบอกสถานะงานของตัวเองวันนี้ 1 ประโยค (ใช้แพทเทิร์นที่ 1)
- เขียนประโยคขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีม 1 ประโยค โดยเลือกระดับความสุภาพให้เหมาะกับสถานการณ์ (ใช้แพทเทิร์นที่ 2)
- ลองรวมทั้งสองประโยคเข้าด้วยกัน พร้อมเติมเหตุผลด้วย because หรือ due to (ใช้แพทเทิร์นที่ 3)
💾 บันทึกอัตโนมัติในเบราว์เซอร์นี้เท่านั้น