
คำที่ได้ยินทุกที่ แต่ไม่มีใครอธิบายให้เข้าใจได้จริงๆ “Big Data” เป็นคำที่ผมได้ยินในห้องประชุมบ่อยมากครับ บางทีก็พูดกันแบบมั่นใจมาก บางทีก็พยักหน้าตามกันโดยที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจจริงหรือเปล่า ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เคยนั่งฟังแล้วคิดว่า “ฉันน่าจะรู้เรื่องนี้แล้วแต่ยังงงอยู่” ไม่ต้องรู้สึกแย่ครับ เพราะส่วนใหญ่คนที่พูดเรื่อง Big Data ก็อธิบายได้ไม่ครบเหมือนกัน Big Data ไม่ใช่แค่ “data เยอะๆ” ครับ มันมีความหมายที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น และถ้าเข้าใจมันจริงๆ จะเห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและธุรกิจในแบบที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน Big Data ไม่ใช่แค่ “data เยอะ” — มันต่างกันอย่างไร? นิยามที่ใช้กันมากที่สุดในวงการคือ 3V ครับ ซึ่งย่อมาจาก Volume, Velocity และ Variety บางคนเพิ่ม V ที่ 4 และ 5 เข้าไปด้วย คือ Veracity ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และ Value ว่าข้อมูลที่มีสร้างประโยชน์จริงได้ไหม แต่ 3V หลักก็เพียงพอให้เข้าใจภาพรวมแล้วครับ Big…

เกริ่นนำ – ทุกคนถามว่า AI จะเข้ามาแทนที่ในงานต่างๆไหม แต่ไม่มีใครถามว่า แล้วมันสร้างงานอะไรใหม่ๆบ้าง ? ผมเข้าใจว่าทำไมคำถามแบบนี้ถึงน่ากลัวครับ แต่มันเป็นคำถามที่ผิดประมานครึ่งนึงเลยแหละ ประวัติศาสตร์ไม่เคยมีครั้งไหนที่เทคโนโลยีใหม่เข้ามาแล้วทำให้งานในโลกหายไปหมด มันเปลี่ยนรูปแบบบ้าง ย้ายคนบ้าง และแน่นอนว่าก็สร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมาแทนเสมอ เครื่องพิมพ์ดีดฆ่าอาชีพนักคัดลอก แต่สร้างเลขาและ typesetter อินเทอร์เน็ตฆ่าร้านเช่าวิดีโอ แต่ก็สร้าง YouTuber และ UX Designer AI ก็กำลังทำแบบเดียวกันครับ และถ้าดูให้ดี งานบางอย่างที่มันสร้างขึ้นน่าสนใจกว่างานที่มันกำลังค่อยๆแทนที่มากๆ หัวข้อที่ 1 – Prompt Engineer — อาชีพที่ฟังดูแปลก แต่ตลาดต้องการจริงๆ สองปีที่แล้วถ้าบอกว่ามีคนได้เงินเดือนหกหลักจากการ “คุยกับ AI ให้เป็น” คงมีคนหัวเราะอย่างแน่นอนครับ แต่ประเด็นคือ “ตอนนี้ไม่ตลกแล้ว” Prompt Engineer คือคนที่รู้ว่าจะสั่ง AI ยังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ใช้งานได้จริงในบริบทของธุรกิจ ฟังดูง่าย แต่ทำจริงๆยากกว่าที่คิดมากครับ เพราะมันไม่ใช่แค่พิมพ์คำถามสวยๆ มันคือการเข้าใจว่า model มีข้อจำกัดอะไร มันตอบสนองต่อ context…

หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง ถ้าเรารู้จักร่างกายตัวเองดีมากพอ มีคำพูดเก่าๆ ที่ว่า “ร่างกายเราส่งสัญญาณเตือนก่อนเสมอ แค่เราไม่ฟัง” และส่วนใหญ่เราไม่ฟังเพราะเราไม่มีข้อมูลครับ เราแค่ “รู้สึก” ว่าตัวเองโอเคหรือไม่โอเค แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วร่างกายกำลังทำอะไรอยู่ ลองนึกดูนะครับ คุณนอนหลับกี่ชั่วโมงต่อคืนโดยเฉลี่ยในเดือนที่ผ่านมา? หัวใจเต้นกี่ครั้งต่อนาทีตอนที่คุณเครียด? คุณเดินกี่ก้าวในวันที่ทำงานหนักที่สุด? และวันที่รู้สึกเหนื่อยมากผิดปกตินั้น ก่อนหน้านั้นคุณนอนหลับลึกแค่ไหน? คำถามพวกนี้ฟังดูเหมือนต้องให้หมอตอบ แต่จริงๆ แล้วในยุคนี้ เราตอบได้เองครับ ด้วยข้อมูลที่เราเก็บได้จากอุปกรณ์รอบตัว บทความนี้ผมจะพาไปดูว่า data กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราดูแลสุขภาพตัวเองยังไง ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและในระดับระบบสาธารณสุข และที่สำคัญ จะบอกด้วยว่าเริ่มต้นใช้ข้อมูลดูแลสุขภาพตัวเองได้ยังไงโดยไม่ต้องลงทุนมาก หัวข้อที่ 1 — ทำไมการดูแลสุขภาพแบบ “รู้สึกว่าโอเค” ถึงไม่พอในยุคนี้? คนส่วนใหญ่ไปหาหมอเมื่อป่วยแล้วครับ ไม่ใช่ก่อนที่จะป่วย นั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุดของการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม เราทำแบบ reactive คือรอให้มีอาการก่อนแล้วค่อยแก้ แทนที่จะเป็น proactive คือป้องกันก่อนที่มันจะเกิดขึ้น และเหตุผลที่เราทำแบบ reactive ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราไม่มีข้อมูลที่บอกได้ว่าร่างกายกำลังเริ่มมีปัญหาครับ เราไม่รู้ว่าความดันโลหิตของเราในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าคุณภาพการนอนหลับของเราแย่ลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือไม่รู้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติไปจากเดิมยังไง แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปแล้วครับ เทคโนโลยีทำให้การเก็บ health…