
มีคำถามที่ผมได้ยินบ่อยมากจากคนรอบข้างครับ “เดือนนี้ไม่รู้เงินหายไปไหน” หรือ “อยากเก็บเงินแต่ไม่เคยเก็บได้จริงๆ” หรือแย่กว่านั้นคือ “รู้ว่าควรลงทุนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง” ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการที่คนไทยขยันไม่พอหรือฉลาดไม่พอครับ มันเกิดจากการที่เราตัดสินใจเรื่องเงินโดยใช้ความรู้สึกและความคาดหวังที่คลุมเครือ แทนที่จะใช้ข้อมูลจริงๆ คนที่บอกว่าตัวเองประหยัดแล้ว ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเดือนที่แล้วจ่ายค่าอาหารไปเท่าไหร่ คนที่บอกว่าอยากเกษียณตอนอายุ 55 ส่วนใหญ่ยังไม่ได้คำนวณว่าต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะทำได้จริง และคนที่บอกว่าลงทุนอยู่ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า portfolio ของตัวเองให้ผลตอบแทนจริงๆ เท่าไหร่เมื่อหักค่าธรรมเนียมและเงินเฟ้อออกแล้ว Data เปลี่ยนตรงนี้ครับ ไม่ใช่เพราะมันวิเศษ แต่เพราะมันทำให้ความจริงที่ไม่อยากเผชิญกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เข้าใจพฤติกรรมเงินของตัวเองก่อน แล้วค่อยแก้ ก่อนจะพูดถึงการลงทุนหรือการวางแผนเกษียณ ต้องพูดถึงสิ่งที่พื้นฐานที่สุดก่อนครับ นั่นคือการเข้าใจว่าตัวเองใช้เงินยังไงอยู่ในปัจจุบัน นักจิตวิทยาด้านการเงินมีคำว่า “money blind spot” ครับ คือพื้นที่ในการใช้เงินที่เรามองไม่เห็นตัวเองเพราะไม่ได้ติดตาม คนส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่ รู้ค่าผ่อนรถ แต่ไม่รู้ว่าจ่ายค่ากาแฟไปเดือนละเท่าไหร่ จ่าย subscription ต่างๆ รวมกันเท่าไหร่ หรือออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยแค่ไหน วิธีที่ง่ายที่สุดคือ categorize รายจ่ายย้อนหลัง 3 เดือนครับ ไม่ว่าจะใช้แอปหรือ spreadsheet ก็ได้ แค่แบ่งเป็นหมวดหมู่ให้ครบ อาหาร การเดินทาง ความบันเทิง สุขภาพ…

เกริ่นนำ — ทำไม SME ถึงยังกลัว Data อยู่? ผมคุยกับเจ้าของธุรกิจ SME มาหลายเจ้ามากเลยครับครับ ไม่ว่าจะน้อยหรือใหญ่ และมีประโยคนึงที่ได้ยินบ่อยมากๆคือ “คิดว่า Data คือเรื่องของบริษัทใหญ่ๆ ไม่ใช่เรื่องของพวกเรานะ” ผมเข้าใจว่าทำไมถึงคิดแบบนั้นครับ เพราะพอนึกถึง data analytics ส่วนใหญ่จะนึกถึงภาพ data center ขนาดใหญ่ของ Amazon หรือทีม data scientist ของ Google ที่มีเป็นร้อยๆคน แต่ความจริงคือ ยุคนี้ SME ที่ไม่ใช้ data เลย กำลังแข่งกับคู่แข่งที่ใช้ข้อมูลตัดสินใจในทุกๆอย่างครับ ตั้งแต่ว่าจะลงโฆษณาที่ไหน ราคาเท่าไหร่ สินค้าตัวไหนที่ควรดัน และลูกค้ากลุ่มไหนที่น่าลงทุน มันไม่ใช่เรื่องของขนาดธุรกิจอีกต่อไปแล้วครับ มันเป็นเรื่องของ วิธีคิด และ นิสัยการตัดสินใจ บทความนี้ผมจะพาไปดูว่า SME จริงๆ เอา data มาใช้ได้ยังไงบ้าง โดยที่ไม่ต้องมีทีม data…

ลองนึกดูนะครับว่า วันนี้ตั้งแต่ตื่นนอน คุณทำอะไรบ้าง? เปิดมือถือดูข่าว → กด Like รูปในอินสตาแกรม → สั่ง Grab ไปทำงาน → กินข้าวเที่ยงแล้วรีวิวร้านใน Google Maps → เย็นเปิด Netflix ดูซีรีส์ก่อนนอน ทุก action เหล่านั้น คือ data ทั้งนั้นครับ และทุกวันนี้มีระบบอยู่เบื้องหลังที่คอยเก็บ วิเคราะห์ และเอาข้อมูลพวกนี้ไปใช้ประโยชน์ — บางครั้งเพื่อประโยชน์ของบริษัท บางครั้งเพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ: ถ้าเราเข้าใจ data analytics จริงๆ เราจะเอามันมาใช้กับชีวิตตัวเองได้ยังไง? บทความนี้ผมจะพาทุกคนไปดูกันครับ ตั้งแต่รากฐานง่ายๆ ไปจนถึงภาพใหญ่ของโลกที่ data กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตอนนี้ Data Analytics คืออะไร? อธิบายให้เข้าใจใน 2 นาที หลายคนได้ยินคำว่า “data analytics” แล้วรู้สึกว่ามันต้องเป็นเรื่องของคนที่เขียนโค้ด หรือคนที่จบสถิติมาเท่านั้น จริงๆ…