Category: Data science


  • Data กับเมืองอัจฉริยะ — Smart City คืออะไร และไทยพร้อมแค่ไหนแล้ว?

    ลองนึกภาพแบบนี้กันก่อนนะครับ คุณออกจากบ้านเช้าวันจันทร์ ไฟจราจรบนถนนที่คุณใช้ประจำปรับ timing อัตโนมัติเพราะระบบรู้ว่าเส้นนี้จะหนักช่วง 8 โมงครึ่ง รถเมล์ที่คุณรอมาตรงเวลาเพราะมันรู้ว่ามีคนรอที่ป้ายนี้เยอะผิดปกติ และแอปบนมือถือแจ้งเตือนว่าฝนจะตกช่วงบ่ายสองและมีที่จอดรถในห้างใกล้ที่ทำงานว่างอยู่สามช่อง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ครับ มันเกิดขึ้นจริงในบางเมืองของโลกแล้ว และมันทำงานได้เพราะสิ่งที่เราเรียกกันว่า “data” Smart City คือเมืองที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการบริหารจัดการทรัพยากรและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ฟังดูอาจจะซับซ้อน แต่แนวคิดพื้นฐานตรงไปตรงมามากๆเลยครับ แค่เปลี่ยนจากการตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกและประสบการณ์ มาเป็นการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลจริงจากเมือง Smart City ทำงานยังไงในทางปฏิบัติ ? หัวใจของ Smart City คือสิ่งที่เรียกว่า sensor และ connectivity ครับ ลองนึกถึงเมืองหนึ่งที่มี sensor ติดตั้งอยู่ทั่วไป ตั้งแต่กล้องจราจรที่นับจำนวนรถ, sensor วัดคุณภาพอากาศในแต่ละย่าน, ถังขยะที่ส่งสัญญาณเมื่อใกล้เต็ม, มิเตอร์ไฟฟ้าและน้ำประปาที่ส่งข้อมูลการใช้งานแบบ real-time และสัญญาณไฟจราจรที่ปรับตามปริมาณรถจริงๆ แทนที่จะเปลี่ยนตามเวลาที่ตั้งไว้ตายตัว ข้อมูลทั้งหมดนั้นไหลเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลกลางของเมือง ซึ่งทีม analyst และ AI ช่วยกันวิเคราะห์และตัดสินใจว่าควรส่งรถเก็บขยะไปที่ไหนก่อน ควรเพิ่มรถเมล์บนสายไหนในช่วงเวลาไหน หรือพื้นที่ไหนที่ไฟถนนดับและต้องการการซ่อมแซม สิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในโลกและใกล้บ้านเราด้วยครับ พวกเขาสร้าง Virtual Singapore…

  • โลกใช้ Data จัดการปัญหาสภาพอากาศยังไง ?

    ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ย่อมต้องการ data ที่แม่นที่สุด ประโยคหนึ่งที่ผมได้เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของ climate changed และมันก็ยังคงติดอยู่ในหัวมาตลอดเลย “เราไม่สามารถแก้ปัญหาที่เราวัดไม่ได้” ฟังดูเรียบง่าย แต่นั่นคือหัวใจของทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวงการสิ่งแวดล้อมช่วง 20 ปีที่ผ่านมาครับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ซับซ้อนมากจนเกินกว่าที่ใครจะ “รู้สึก” ว่ามันรุนแรงมากแค่ไหน เราต้องวัด ต้องติดตาม และต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด และนั่นคือจุดที่ data ได้เข้ามามีบทบาทครับ โลกกำลังใช้ข้อมูลในการต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมในแบบที่เราแทบไม่เคยเห็นมาก่อน ตั้งแต่ดาวเทียมที่จับตาดูป่าไม้ทุกตารางเมตร ไปจนถึง AI ที่คาดการณ์น้ำท่วมก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย data ครับ เราวัดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ดีแค่ไหน ในตอนนี้ เวลานี้ ? ย้อนไปแค่ 30 ปีก่อน การติดตามสภาพภูมิอากาศทำได้ด้วยสถานีตรวจวัดอากาศที่กระจายอยู่ทั่วโลกไม่กี่พันแห่ง ข้อมูลเหล่านั้นมีประโยชน์ก็จริง แต่มันมีช่องว่างมหาศาลครับ ทั้งในเชิงพื้นที่และเวลา ตอนนี้ภาพนั้นได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ดาวเทียมตรวจสอบสิ่งแวดล้อมของ NASA, ESA และหน่วยงานอื่นๆ ถ่ายภาพโลกแบบ real-time ครอบคลุมทุกพื้นที่บนพื้นโลก วัดได้ทั้งอุณหภูมิผิวน้ำทะเล ความหนาของน้ำแข็งขั้วโลก ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ และแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าในแต่ละวัน sensor ในมหาสมุทรหลายพันตัวติดตามอุณหภูมิและความเป็นกรดของน้ำทะเลแบบต่อเนื่อง…

  • Data กับการศึกษา – เรียนให้ดีขึ้นด้วยข้อมูล

    มาลองนึกดู ผมจำได้ว่าตอนเรียนหนังสือ มีวิชาที่เข้าใจไวมาก และมีวิชาที่ต้องอ่านซ้ำหลายรอบกว่าจะเก็ท แต่ว่าในห้องเรียน ครูสอนทุกคนในความเร็วเดียวกัน เนื้อหาเดียวกัน วิธีเดียวกัน ถ้าเกิดว่าคุณโชคดี จังหวะของคุณตรงกับจังหวะของครู คุณก็เรียนได้ดี ถ้าไม่ตรง ก็แล้วแต่ดวงครับ ปัญหานี้ไม่ใช่ความผิดของครูหรือนักเรียน มันเป็นข้อจำกัดของระบบที่ออกแบบมาเพื่อสอนคนจำนวนมากพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีมันก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดอีกแล้วครับ เพราะ data และเทคโนโลยีกำลังทำให้การศึกษาแบบ “ไซส์เดียวใส่ได้ทุกคน” กลายเป็นอดีต และเปิดทางให้การเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อตัวเราแต่ละคนได้จริงๆ ปัญหาของห้องเรียนแบบเดิมที่ data เห็นชัดกว่าความรู้สึก ลองดูตัวเลขง่ายๆ กันก่อนครับ ในห้องเรียน 40 คน ถ้าครูสอนในความเร็วที่พอดีกับนักเรียนที่อยู่ตรงกลาง คนที่เข้าใจเร็วกว่าจะเบื่อและรอ คนที่ต้องการเวลามากกว่าจะตามไม่ทันและเริ่มหลุดจากเรื่องที่เรียน ทั้งสองกลุ่มนี้รวมกันอาจเป็นครึ่งหนึ่งของห้องเรียน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เราไม่เคยรู้แน่ชัดว่านักเรียนแต่ละคนหลุดตรงไหน ครูรู้ได้แค่ตอนสอบ ซึ่งก็สายเกินไปแล้วสำหรับการแก้ไขในเทอมนั้นๆ Data มันจะเข้ามาเปลี่ยนตรงนี้ครับ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ดีสามารถเห็นได้แบบ real-time ว่านักเรียนใช้เวลากับเนื้อหาไหนนานผิดปกติ ทำข้อไหนผิดซ้ำๆ หรือข้ามเนื้อหาตรงไหนไปโดยไม่อ่านมันเลย สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่มีค่ามากกว่าคะแนนสอบปลายเทอม เพราะมันบอกได้ว่าปัญหาเกิดที่ไหนและเมื่อไหร่ Adaptive Learning คืออะไร และทำงานยังไงในทางปฏิบัติ Adaptive Learning คือระบบการเรียนที่ปรับตัวตามผู้เรียนแต่ละคนในแบบ…