
หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง ถ้าเรารู้จักร่างกายตัวเองดีมากพอ มีคำพูดเก่าๆ ที่ว่า “ร่างกายเราส่งสัญญาณเตือนก่อนเสมอ แค่เราไม่ฟัง” และส่วนใหญ่เราไม่ฟังเพราะเราไม่มีข้อมูลครับ เราแค่ “รู้สึก” ว่าตัวเองโอเคหรือไม่โอเค แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วร่างกายกำลังทำอะไรอยู่ ลองนึกดูนะครับ คุณนอนหลับกี่ชั่วโมงต่อคืนโดยเฉลี่ยในเดือนที่ผ่านมา? หัวใจเต้นกี่ครั้งต่อนาทีตอนที่คุณเครียด? คุณเดินกี่ก้าวในวันที่ทำงานหนักที่สุด? และวันที่รู้สึกเหนื่อยมากผิดปกตินั้น ก่อนหน้านั้นคุณนอนหลับลึกแค่ไหน? คำถามพวกนี้ฟังดูเหมือนต้องให้หมอตอบ แต่จริงๆ แล้วในยุคนี้ เราตอบได้เองครับ ด้วยข้อมูลที่เราเก็บได้จากอุปกรณ์รอบตัว บทความนี้ผมจะพาไปดูว่า data กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราดูแลสุขภาพตัวเองยังไง ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและในระดับระบบสาธารณสุข และที่สำคัญ จะบอกด้วยว่าเริ่มต้นใช้ข้อมูลดูแลสุขภาพตัวเองได้ยังไงโดยไม่ต้องลงทุนมาก หัวข้อที่ 1 — ทำไมการดูแลสุขภาพแบบ “รู้สึกว่าโอเค” ถึงไม่พอในยุคนี้? คนส่วนใหญ่ไปหาหมอเมื่อป่วยแล้วครับ ไม่ใช่ก่อนที่จะป่วย นั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุดของการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม เราทำแบบ reactive คือรอให้มีอาการก่อนแล้วค่อยแก้ แทนที่จะเป็น proactive คือป้องกันก่อนที่มันจะเกิดขึ้น และเหตุผลที่เราทำแบบ reactive ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราไม่มีข้อมูลที่บอกได้ว่าร่างกายกำลังเริ่มมีปัญหาครับ เราไม่รู้ว่าความดันโลหิตของเราในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าคุณภาพการนอนหลับของเราแย่ลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือไม่รู้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติไปจากเดิมยังไง แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปแล้วครับ เทคโนโลยีทำให้การเก็บ health…

เกริ่นนำ – AI ไม่ได้ฉลาดเอง มันฉลาดเพราะ Data ช่วงนี้ไม่ว่าจะเปิดข่าวไหน อ่านบทความอะไร หรือคุยกับใครในวงการธุรกิจ คำว่า “AI” โผล่มาทุกที่ครับ บางคนตื่นเต้น บางคนกลัว บางคนก็งงว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ และผมคิดว่าสำคัญมากๆ คือ AI ไม่ได้ฉลาดขึ้นมาเองครับ มันฉลาดเพราะมีคนป้อน data ให้มันเรียนรู้ ในปริมาณที่เรียกว่า “มหาศาล” ถ้าเปรียบ AI เป็นนักเรียน data ก็คือหนังสือ ครู และประสบการณ์ทั้งหมดในชีวิตของมัน ไม่มี data ที่ดี ก็ไม่มี AI ที่ดีครับ ง่ายแค่นั้นเลย บทความนี้ผมจะพาไปทำความเข้าใจว่า data กับ AI สัมพันธ์กันยังไง มันทำงานด้วยกันอย่างไร และกำลังเปลี่ยนแปลงโลกที่เราอยู่ในแบบไหนบ้าง โดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านเทคนิคเลยก็ตามได้ครับ หัวข้อที่ 1 — AI เรียนรู้จาก Data ยังไง ?…

เกริ่นนำ – เคยรู้สึกแบบนี้ไหม? เมื่อวานคุยกับเพื่อนเรื่องจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ยังไม่ได้เปิด Google เลย แต่พอเปิด Facebook ปุ๊บ โฆษณาตั๋วเครื่องบินโผล่มาเฉยเลย หรือไม่ก็… เพิ่งค้นหาเรื่องปวดหลังใน Google ไม่กี่นาที แล้วโฆษณาเบาะนวดก็ตามมาทุกแอปที่เปิด หลายคนหัวเราะแล้วบอกว่า “โทรศัพท์มันแอบฟังเราอยู่แน่ๆ” แต่ความจริงที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มันไม่ต้องฟังเลยด้วยซ้ำครับ เพราะมันรู้จักเราดีพอแล้ว จากข้อมูลที่เราทิ้งเอาไว้ทุกวัน บทความนี้ผมจะพาไปดูด้านมืดของ data กันครับ ว่าข้อมูลส่วนตัวของเราถูกเก็บ ถูกวิเคราะห์ และถูกใช้ยังไงบ้าง และที่สำคัญกว่านั้นคือ เราจะปกป้องตัวเองจากเรื่องเหล่านี้ได้ยังไง ขอบอกก่อนเลยว่าบทความนี้ไม่ได้มีเป้าหมายให้ทุกคนตื่นตระหนกนะครับ แต่อยากให้ “รู้ทัน” มากขึ้น เพราะ “ความรู้” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หัวข้อที่ 1 – เราทิ้ง “ร่องรอยดิจิทัล” ไว้มากแค่ไหนโดยที่เราไม่รู้ตัว? ลองนึกดูนะครับ ในหนึ่งวันที่ผ่านมา คุณทำอะไรบ้างบนโลกดิจิทัล ? ทุก action เหล่านั้น ได้ทิ้งร่องรอยไว้หมดเลยครับ สิ่งเหล่านี้มีชื่อเรียกที่คุ้นหูกันอยู่แล้วว่า Digital Footprint หรือรอยเท้าดิจิทัล…